วันที่ 4 สิงหาคม 2569 คุณชูศักดิ์ ชื่นประโยชน์ รองประธานกรรมการ หอการค้าไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการเพิ่มมูลค่าพืชเกษตร มอบหมายให้ คุณวิบูลย์ สุภัครพงษ์กุล ที่ปรึกษาคณะกรรมการ คุณอดิศร์ กฤษณวงศ์ ที่ปรึกษาคณะกรรมการ และคุณไพโรจน์ คล้ายแก้ว กรรมการ ลงพื้นที่เยี่ยมชมสหกรณ์ผู้ปลูกกาแฟจังหวัดชุมพร จำกัด เพื่อรับฟังสถานการณ์การผลิต แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และหารือแนวทางยกระดับอุตสาหกรรมกาแฟโรบัสต้าของไทยร่วมกับภาคีเครือข่ายในพื้นที่
โอกาสนี้คณะฯ ได้รับเกียรติจากคุณสลิล โตทับเที่ยง ประธานหอการค้าภาคใต้ คุณภูวดิท ปรีชานนท์ เลขาธิการหอการค้าภาคใต้ คุณจาฏุพจน์ ไกรมาก ประธานหอการค้าจังหวัดชุมพร พร้อมด้วยคณะผู้แทนหอการค้าภาคใต้ ร่วมให้การต้อนรับและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น
จังหวัดชุมพรถือเป็นแหล่งผลิตกาแฟโรบัสต้าที่สำคัญที่สุดของประเทศไทย โดยในปี 2568 มีพื้นที่เพาะปลูกกว่า 34,114 ไร่ ครอบคลุม 8 อำเภอ ด้วยศักยภาพด้านภูมิอากาศที่ร้อนชื้น มีปริมาณน้ำฝนเพียงพอตลอดทั้งปี ดินอุดมสมบูรณ์ และสภาพพื้นที่เหมาะสมต่อการเพาะปลูก ส่งผลให้กาแฟโรบัสต้าของจังหวัดชุมพรมีคุณภาพดี ให้ผลผลิตสม่ำเสมอ และเป็นวัตถุดิบสำคัญของอุตสาหกรรมกาแฟทั้งเพื่อการบริโภคภายในประเทศและการส่งออก
อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมกาแฟโรบัสต้าของจังหวัดชุมพรยังเผชิญกับความท้าทายหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการลดลงของพื้นที่เพาะปลูกจากการปรับเปลี่ยนไปปลูกพืชเศรษฐกิจที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า เช่น ทุเรียน ต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นจากค่าแรงและปัจจัยการผลิต การขาดแคลนแรงงานในช่วงฤดูเก็บเกี่ยว ตลอดจนผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลต่อปริมาณและคุณภาพผลผลิต ซึ่งล้วนเป็นประเด็นสำคัญที่จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเป็นระบบ เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของกาแฟไทยในระยะยาว
จากการหารือร่วมกับสหกรณ์ผู้ปลูกกาแฟและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้มีการเสนอแนวทางขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมกาแฟโรบัสต้าของจังหวัดชุมพรและของประเทศ จำนวน 8 ประเด็นสำคัญ ได้แก่
1. ผลักดันการจัดตั้ง Robusta Coffee Hub เพื่อพัฒนาให้จังหวัดชุมพรเป็นศูนย์กลางกาแฟโรบัสต้าคุณภาพของประเทศ พร้อมเชื่อมโยงสู่การท่องเที่ยวเชิงกาแฟ (Coffee Tourism)
2. จัดตั้ง Coffee Board โดยบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และเกษตรกร เพื่อเป็นกลไกกำหนดทิศทางและแก้ไขปัญหาอุตสาหกรรมกาแฟอย่างเป็นรูปธรรม
3. ส่งเสริมการปลูกกาแฟในระบบเกษตรผสมผสาน และสนับสนุนการรวมกลุ่มของเกษตรกรเพื่อยกระดับคุณภาพผลผลิต
4. สร้างการรับรู้เกี่ยวกับแหล่งเงินทุนและมาตรการสนับสนุนแก่สถาบันเกษตรกร พร้อมสร้างแรงจูงใจในการรับซื้อผลกาแฟสดคุณภาพเพื่อแปรรูปเป็นเมล็ดกาแฟคั่วที่มีมูลค่าเพิ่ม
5. ส่งเสริมการสร้างอัตลักษณ์กาแฟเชิงพื้นที่ เพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างความแตกต่างให้กับกาแฟโรบัสต้าของไทย
6. พัฒนาเครือข่ายการตลาดและเชื่อมโยงเกษตรกรกับผู้ซื้อกาแฟคุณภาพทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารด้านตลาดและแนวโน้มอุตสาหกรรมกาแฟ
7. สนับสนุนการขยายช่องทางการจำหน่ายกาแฟคุณภาพผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้าและเข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้น
8. เร่งรัดการแก้ไขปัญหาการลักลอบนำเข้ากาแฟที่ส่งผลกระทบต่อราคาผลผลิตและความสามารถในการแข่งขันของเกษตรกรไทย
หอการค้าไทยให้ความสำคัญกับการพัฒนา "กาแฟโรบัสต้าไทย" ให้เป็นพืชเศรษฐกิจมูลค่าสูง โดยมุ่งส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และเกษตรกร ตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การผลิต การแปรรูป การสร้างอัตลักษณ์สินค้า ไปจนถึงการพัฒนาตลาดทั้งในและต่างประเทศ เพื่อยกระดับรายได้ของเกษตรกร สร้างความเข้มแข็งให้กับอุตสาหกรรมกาแฟไทย และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน
🌿🌿🌿🌿🌿
Cr.Agri&Food TCC&BOT

































