หอการค้าไทย หนุนเร่งสร้างความชัดเจนการค้าไทย–สหรัฐฯ ชู Strategic Economic Partnership เชื่อม Supply Chain สหรัฐฯ–อาเซียน สู่การลงทุนแห่งอนาคต

เศรษฐกิจ - 18 ส.ค. 2569

หอการค้าไทยเสนอเร่งสร้างความชัดเจนด้านกติกาการค้าและภาษี ยกระดับไทย–สหรัฐฯ สู่ Strategic Economic Partnership เชื่อม Supply Chain สหรัฐฯ–อาเซียน และต่อยอดการลงทุน เทคโนโลยี พลังงาน และเกษตรอาหาร

News Cover
News Cover

หอการค้าไทย หนุนเร่งสร้างความชัดเจนการค้าไทย–สหรัฐฯ ชู “Strategic Economic Partnership” เชื่อม Supply Chain สหรัฐฯ–อาเซียน สู่การลงทุนแห่งอนาคต

(กรุงเทพฯ 17 สิงหาคม 2569) หอการค้าไทย ชี้ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจไทย–สหรัฐฯ กำลังก้าวเข้าสู่ช่วงสำคัญ ท่ามกลางการปรับโครงสร้างการค้า การลงทุน และห่วงโซ่อุปทานโลก เสนอให้ทั้งสองประเทศยกระดับจากความสัมพันธ์ในฐานะ “คู่ค้า” สู่การเป็น “หุ้นส่วนเศรษฐกิจเชิงยุทธศาสตร์” (Strategic Economic Partnership) พร้อมสนับสนุนการเร่งสร้างความชัดเจนด้านกติกาการค้าและภาษี เพื่อให้ภาคธุรกิจสามารถวางแผนการค้าและการลงทุนได้ในระยะยาว และต่อยอดความร่วมมือใหม่ในด้านเทคโนโลยี พลังงาน เกษตรอาหาร และเศรษฐกิจดิจิทัล

ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยภายหลังการจัดงาน “Thailand–U.S. Trade and Investment Summit 2026: Building on a Longstanding Partnership” ซึ่งหอการค้าไทยร่วมกับ หอการค้าอเมริกันในประเทศไทย (AMCHAM) และ หอการค้าสหรัฐอเมริกา (U.S. Chamber of Commerce) จัดขึ้น ณ โรงแรมไฮแอท รีเจนซี่ กรุงเทพฯ สุขุมวิท โดยมีผู้แทนระดับสูงจากภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรชั้นนำของไทยและสหรัฐฯ เข้าร่วมกว่า 200 คน

ภายในงานได้รับเกียรติจาก นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวปาฐกถาพิเศษ ย้ำความพร้อมของประเทศไทยในการเป็น “Part of the Solution” ของห่วงโซ่อุปทานโลก และเดินหน้าสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง ผ่านความร่วมมือในรูปแบบ Partnership and Co-creation รวมถึงการปรับสมดุลทางการค้าด้วยการเพิ่มการนำเข้าพลังงานและเทคโนโลยีจากสหรัฐฯ ควบคู่กับการผลักดันการเจรจา ความตกลงการค้าต่างตอบแทนไทย–สหรัฐฯ (ART) เพื่อสร้างผลประโยชน์ร่วมกันอย่างยั่งยืน

ด้าน H.E. Sean O’Neill เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย สะท้อนถึงความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศที่มีมายาวนานกว่า 200 ปี และความสำคัญของการแสวงหา “จุดร่วม” เพื่อสร้างความมั่งคั่งร่วมกัน โดยสหรัฐฯ พร้อมสนับสนุนเทคโนโลยีขั้นสูงและพลังงาน รวมถึงก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) เพื่อเสริมความมั่นคงทางพลังงานของไทย ขณะที่การลงทุนของภาคธุรกิจไทยในสหรัฐฯ มีส่วนสำคัญต่อการสร้างงานและเสริมความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทาน ขณะที่ Hon. Michael DeSombre ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ฝ่ายกิจการเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก กล่าวปาฐกถาพิเศษผ่านวีดิทัศน์ โดยระบุว่า มูลค่าการค้าระหว่างไทย–สหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 111,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 และสหรัฐฯ ยังคงเป็นตลาดส่งออกอันดับหนึ่งของไทย พร้อมชี้โอกาสความร่วมมือใหม่ด้านพลังงาน ห่วงโซ่อุปทานแร่ธาตุสำคัญ และการสนับสนุนไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านปัญญาประดิษฐ์

ในมุมของภาคเอกชนไทย สหรัฐฯ ถือเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดของประเทศ โดยความสัมพันธ์ที่มีรากฐานยาวนานนับตั้งแต่การลงนามสนธิสัญญาไมตรีและพาณิชย์ พ.ศ. 2376 ควรถูกนำมาต่อยอดสู่ความร่วมมือรูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์บริบทเศรษฐกิจโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง

“วันนี้โจทย์ของไทยและสหรัฐฯ ไม่ควรหยุดอยู่เพียงว่าเราจะซื้อขายกันเพิ่มขึ้นเท่าไร แต่ต้องมองว่าเราจะใช้จุดแข็งของทั้งสองประเทศสร้าง Supply Chain ใหม่ที่แข็งแกร่งและแข่งขันได้อย่างไร สหรัฐฯ มีเทคโนโลยี เงินทุน และนวัตกรรม ขณะที่ไทยมีฐานการผลิต ภาคเกษตรและอาหารที่เข้มแข็ง และมีตำแหน่งยุทธศาสตร์เชื่อมโยงอาเซียนและเอเชีย นี่คือโอกาสที่ทั้งสองประเทศจะเติบโตไปด้วยกัน” ดร.พจน์ กล่าว

ซึ่งแนวทางดังกล่าวยังสอดคล้องกับการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนภายใต้ “Team Thailand Plus” ซึ่งช่วยเชื่อมโยงการค้าและการลงทุนของไทยกับตลาดสหรัฐฯ อย่างเป็นระบบ โดยงานครั้งนี้ถือเป็นการสานต่อความร่วมมือหลังจากการนำคณะผู้แทนภาคเอกชนไทยเข้าร่วม SelectUSA Investment Summit ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เพื่อขยายการลงทุนของธุรกิจไทยในสหรัฐฯ และสร้างเครือข่ายระหว่างภาคเอกชนของทั้งสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

นอกจากนั้น ภายใต้บริบทการค้าโลกที่มีความผันผวนมากขึ้น ภาคธุรกิจมองว่า ความชัดเจนและความแน่นอนของกติกาทางการค้า เป็นปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจลงทุน โดยสนับสนุนความพยายามของรัฐบาลทั้งสองฝ่ายในการสร้างกรอบอัตราภาษีที่เป็นธรรมและแข่งขันได้ รวมถึงเร่งเดินหน้าการเจรจา ART เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถวางแผนการผลิต การลงทุน และบริหาร Supply Chain ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกัน การปรับสมดุลทางการค้าควรมองให้กว้างกว่าตัวเลขขาดดุลหรือเกินดุล โดยพิจารณาผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจทั้งระบบ ทั้งด้านการค้า การลงทุน และการจ้างงาน ปัจจุบันภาคเอกชนไทยลงทุนในสหรัฐฯ แล้วกว่า 19,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และสร้างงานกว่า 65,000 ตำแหน่ง สะท้อนว่าความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศเป็นความสัมพันธ์แบบสองทางที่สร้างประโยชน์ให้แก่ประชาชนทั้งสองฝ่าย

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของงานคือ “9-9-9 Session” ซึ่งเปิดเวทีให้ผู้ทรงคุณวุฒิจากภาครัฐและภาคเอกชนร่วมฉายภาพโอกาสความร่วมมือใน 9 สาขาสำคัญ ได้แก่ การค้า เศรษฐกิจมหภาค การท่องเที่ยวและบริการ เกษตรธุรกิจ เศรษฐกิจดิจิทัล พลังงานและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ความยั่งยืน สุขภาพ และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยสาระสำคัญจากเวทีครั้งนี้สะท้อนตรงกันว่า ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจไทย–สหรัฐฯ กำลังขยายจากการค้าสินค้าไปสู่ Investment, Technology and Innovation Partnership โดยไทยมีโอกาสดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง อาทิ AI, Semiconductor, Cloud และ Data Center แต่จำเป็นต้องเร่งพัฒนาความพร้อมด้านพลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน กฎระเบียบ และบุคลากร เพื่อให้การลงทุนสร้างมูลค่าเพิ่มและนำไปสู่การถ่ายทอดเทคโนโลยีอย่างเป็นรูปธรรม ขณะที่ ด้านเกษตรและอาหารยังเป็นอีกหนึ่งพื้นที่สำคัญสำหรับความร่วมมือแบบ Win-Win ตั้งแต่การพัฒนาวัตถุดิบ เทคโนโลยีการเกษตร Smart Farming และ AI ไปจนถึงการสร้างห่วงโซ่อุปทานอาหารที่มีความมั่นคง สามารถรับมือกับความผันผวนด้านภูมิอากาศ ตลาดโลก และภูมิรัฐศาสตร์

สำหรับการหารือในช่วงบ่าย ที่ประชุมได้ต่อยอดประเด็นสำคัญสู่ข้อเสนอเชิงปฏิบัติใน 2 ด้าน ได้แก่ “Powering Growth with a Trusted Digital Ecosystem” ซึ่งมุ่งพัฒนาระบบนิเวศดิจิทัลที่มีความน่าเชื่อถือ ครอบคลุม AI, Cloud, Data Center พลังงานสะอาด และการพัฒนาบุคลากร และ “Partnering for Resilient Food–Agri Supply Chains” ที่มุ่งเสริมความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานอาหารและภาคเกษตร ผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มผลิตภาพและรองรับความผันผวนของเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ และในช่วงสุดท้ายของงาน นายเกษมสิทธิ์ ปฐมศักดิ์ รองประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “งาน Thailand–U.S. Trade and Investment Summit ครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนไทยและสหรัฐฯ ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ความร่วมมือดังกล่าวไม่ได้ช่วยเพียงเพิ่มโอกาสทางการค้าและการลงทุนเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างความเข้าใจซึ่งกันและกัน และที่สำคัญคือสร้างความไว้วางใจ (Trust) ระหว่างภาคธุรกิจของทั้งสองประเทศ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญต่อการพัฒนาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจในระยะยาว” ภายใต้หัวข้อของการจัดงานในปีนี้คือ "Building on a Longstanding Partnership"

ทั้งนี้ ดร.พจน์ ได้สรุปทิศทางความร่วมมือทิ้งท้ายว่า “ความสัมพันธ์ไทย–สหรัฐฯ มีรากฐานที่แข็งแรงมาเกือบสองศตวรรษ แต่สิ่งสำคัญกว่าประวัติศาสตร์ คือเราจะร่วมกันสร้างอนาคตต่อจากนี้อย่างไร ภาคเอกชนต้องช่วยกันเปลี่ยน Partnership ให้เป็น Project เปลี่ยน Dialogue ให้เป็น Deal และเปลี่ยนโอกาสให้เป็นการลงทุนและการเติบโตที่เกิดขึ้นจริงกับทั้งสองประเทศ” โดยหอการค้าไทย เชื่อมั่นว่า การสร้างความชัดเจนด้านกติกาการค้า ควบคู่กับการต่อยอดความร่วมมือด้านการลงทุน เทคโนโลยี พลังงาน และเกษตรอาหาร จะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับความสัมพันธ์ไทย–สหรัฐฯ สู่ Strategic Economic Partnership พร้อมเสริมบทบาทของไทยในฐานะ Strategic Gateway เชื่อมโยงสหรัฐฯ กับ ASEAN และเอเชียในระยะยาว

Woman speaks at a podium decorated with flowers and American Chamber of Commerce logos.
Man in a dark suit speaks at a podium with a microphone at a formal event.
Man in suit speaking at a podium with 'U.S. Chamber of Commerce' sign and floral arrangement.
Asian man in a dark suit and glasses speaking at a conference table with a microphone.
Eight delegates stand together at the Thailand-U.S. Trade and Investment Summit 2026.
Group of officials holding awards at the Thailand-U.S. Trade & Investment Summit 2024.
Woman presents at a conference, speaking from a podium with her image on a large screen.
A man in a suit speaks at a podium with U.S. Chamber of Commerce logos visible.
Man in glasses and suit speaking passionately into a microphone at a conference table.
Conference hall with many attendees and large screens displaying a speaker and presentation.
Audience attends Thailand-U.S. Trade & Investment Forum 2024 with speaker Jeffrey R. Nygren on screen.
Woman speaks at a podium decorated with flowers and American Chamber of Commerce logos.
Man in a dark suit speaks at a podium with a microphone at a formal event.
Man in suit speaking at a podium with 'U.S. Chamber of Commerce' sign and floral arrangement.
Asian man in a dark suit and glasses speaking at a conference table with a microphone.
Eight delegates stand together at the Thailand-U.S. Trade and Investment Summit 2026.
Group of officials holding awards at the Thailand-U.S. Trade & Investment Summit 2024.
Woman presents at a conference, speaking from a podium with her image on a large screen.
A man in a suit speaks at a podium with U.S. Chamber of Commerce logos visible.
Man in glasses and suit speaking passionately into a microphone at a conference table.
Conference hall with many attendees and large screens displaying a speaker and presentation.
Audience attends Thailand-U.S. Trade & Investment Forum 2024 with speaker Jeffrey R. Nygren on screen.
แท็ก:#เศรษฐกิจ#การลงทุน#เทคโนโลยี#พลังงาน#การเกษตร#อาหาร

ข่าวสารล่าสุด

ดูทั้งหมด

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง

สิทธิประโยชน์

ดูเพิ่มเติม
Toyota
Cape Dara Resort Pattaya
VietJetThailand
Thai Post
FLASH EXPRESS
S&P
grab
Office Mate
barbqplaza

พร้อมก้าวสู่ความสำเร็จทางธุรกิจไปกับเราหรือยัง?

สมัครสมาชิก