ประธานกรรมการหอการค้าไทย เข้าร่วมงาน The Bangkok Business Summit 2026 “พลิกโฉมประเทศไทย สู่อาเซียนที่ยืดหยุ่นและเข้มแข็ง”

เศรษฐกิจ - 5 ก.ย. 2569

ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ร่วม The Bangkok Business Summit 2026 เวทีรวมผู้นำรัฐ เอกชน ธนาคารโลก และสถาบันการเงิน ร่วมหารือการลงทุน AI อุตสาหกรรมอนาคต และการยกระดับไทยในห่วงโซ่อุปทานอาเซียน

News Cover
News Cover

ดร.พจน์ อร่ามวัฒนนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เข้าร่วมการประชุม The Bangkok Business Summit 2026 ภายใต้หัวข้อ “พลิกโฉมประเทศไทย สู่อาเซียนที่ยืดหยุ่นและเข้มแข็ง” (Reinvent Thailand, Resilient ASEAN) จัดโดยคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมีผู้นำจากภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการเงิน และองค์กรระหว่างประเทศเข้าร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจไทยและภูมิภาคอาเซียน

ไทยพร้อมก้าวสู่ประตูการผลิตของอาเซียน

ในพิธีเปิดการประชุม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้นำเสนอวิสัยทัศน์ “สิ่งที่ประเทศไทยพร้อมมอบให้แก่โลก” (Thailand’s Offer to the World) โดยระบุว่า ประเทศไทยมีโครงสร้างอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่ง โครงสร้างพื้นฐานระดับโลก และกลุ่มอุตสาหกรรมการผลิตที่เติบโตเต็มที่ ซึ่งล้วนเป็นจุดแข็งที่มีคุณค่ามากกว่าการเป็นเพียงที่ตั้งทางภูมิศาสตร์

นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงความท้าทายสำคัญที่เกิดขึ้นพร้อมกัน ทั้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสังคมสูงวัย พร้อมย้ำว่า ประเทศไทยไม่สนับสนุนแนวคิดการแบ่งแยกทางเศรษฐกิจ แต่ควรเดินหน้าสู่การบูรณาการระดับภูมิภาคเชิงรุก การพัฒนา AI ภายในประเทศ และการลงทุนที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังเน้นย้ำถึงความชัดเจนด้านนโยบายและสถาบัน ผ่านกระบวนการเข้าร่วมเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) อย่างเป็นทางการของไทย รวมถึงการทบทวนกฎหมายลำดับรองกว่า 7,000 ฉบับ เพื่อปรับปรุงสภาพแวดล้อมทางธุรกิจและการลงทุนของประเทศ พร้อมกันนี้ ยังได้เชิญชวนพันธมิตรระหว่างประเทศให้เข้ามาร่วมสร้างการเติบโตกับประเทศไทย ในฐานะประตูสู่ฐานการผลิตและห่วงโซ่อุปทานของอาเซียน

อาเซียนต้องร่วมมือในฐานะ “ตัวเชื่อมโยงที่เชื่อถือได้”

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ขยายความถึงจุดยืนของประเทศไทย โดยวางกรอบให้ไทยก้าวขึ้นเป็น “ตัวเชื่อมโยงที่เชื่อถือได้” (Trusted Connector) ของภูมิภาค

ดร.เอกนิติเรียกร้องให้ประเทศสมาชิกอาเซียนผนึกกำลังและใช้ประโยชน์จากจุดแข็งที่แตกต่างกัน เพื่อสร้างอำนาจต่อรองร่วมกันทั้งในมิติภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทานโลก แนวคิดดังกล่าวมุ่งสร้างสมดุลระหว่างประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ความมั่นคงของชาติ และความมั่นคงทางเศรษฐกิจ โดยเน้นย้ำความจำเป็นของความร่วมมือข้ามพรมแดนในหลายด้าน ได้แก่

  • การจัดตั้งโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน (ASEAN Power Grid) เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของภูมิภาค
  • การขยายความร่วมมือด้านระบบการชำระเงินดิจิทัลให้ครอบคลุมมากกว่าความร่วมมือ PromptPay–PayNow
  • การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร ผ่านการเคลื่อนย้ายผู้มีความสามารถและแรงงานข้ามพรมแดนที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น
  • การยกระดับธุรกิจขนาดเล็กและแรงงานท้องถิ่นด้วยการประยุกต์ใช้ AI

ดร.เอกนิติยังระบุว่า แทนที่ประเทศต่าง ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะแข่งขันกันเองเพื่อดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ ภูมิภาคควรหันมาร่วมมือกันและบูรณาการ AI เข้ากับเศรษฐกิจภายในประเทศ เพื่อยกระดับผลิตภาพและเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการท้องถิ่น

ความซื่อสัตย์ของระบบการเงินคือรากฐานของการลงทุน

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เน้นย้ำบทบาทของความซื่อสัตย์และความน่าเชื่อถือของระบบการเงิน (Financial Integrity) ในการรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาค และเสริมสร้างความสามารถของประเทศไทยในการดึงดูดการลงทุนคุณภาพสูงจากทั่วโลก
หนึ่งในแนวทางสำคัญคือ “Bangkok Blueprint for Fraud-Resilient Financial Services” ซึ่งจัดทำขึ้นโดยความร่วมมือกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก เพื่อพัฒนาเป็นกรอบมาตรฐานระดับสากลด้านบริการทางการเงินที่สามารถรับมือและป้องกันการทุจริตได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีกำหนดเปิดตัวอย่างเป็นทางการในการประชุมประจำปีของ IMF และธนาคารโลกในเดือนตุลาคม

นายวิทัยยังเปิดเผยถึงกรอบความร่วมมือด้านการป้องกันการทุจริตทางการเงินแบบบังคับใช้ข้ามภาคส่วน ซึ่งจะเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 10 กันยายนเป็นต้นไป โดยเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างธนาคารพาณิชย์ ผู้ให้บริการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ ผู้ให้บริการสินเชื่อที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน และผู้ประกอบธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตรา เพื่อร่วมกันสกัดกั้นธุรกรรมและกระแสเงินที่ผิดกฎหมาย
มาตรการดังกล่าวต่อยอดจากแนวทางที่ดำเนินการอยู่ก่อนหน้า ซึ่งช่วยลดการถอนเงินสดมูลค่าสูงลงได้ร้อยละ 52 ลดการถอนทองคำแท่งมูลค่าสูงลงได้ร้อยละ 70 และลดความเสียหายจากการฉ้อโกงประเภท Authorised Push Payment (APP Fraud) ได้ประมาณร้อยละ 80

ภาคเอกชนเสนอเร่งปลดล็อกอุปสรรคด้านการลงทุน

นายผยง ศรีวณิช ประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) และประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า ประเทศไทยและอาเซียนกำลังอยู่ในช่วงเวลาสำคัญที่ต้องร่วมกันกำหนดทิศทางเศรษฐกิจในอนาคตขึ้นใหม่ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของโลก
ภูมิรัฐศาสตร์ AI และการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานกำลังปรับเปลี่ยนรูปแบบการค้า การลงทุน และโครงสร้างอุตสาหกรรมทั่วโลก ดังนั้น ประเทศไทยจำเป็นต้องใช้ประโยชน์จากฐานอุตสาหกรรมที่มีความแข็งแกร่งและหลากหลาย ทำเลที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ และระบบการเงินที่มีเสถียรภาพ เพื่อดึงดูดการลงทุนและยกระดับบทบาทของประเทศในห่วงโซ่อุปทานระดับภูมิภาคและระดับโลกที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น

นายผยงระบุว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องชี้ให้เห็นและแก้ไขอุปสรรคที่ขัดขวางการลงทุนและผลิตภาพ ควบคู่ไปกับการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ ๆ เพื่อสร้างขีดความสามารถและเครื่องยนต์ขับเคลื่อนการเติบโตใหม่ (Growth Engines) นอกจากนี้ ภาคธุรกิจไทยทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็กควรได้รับการสนับสนุนให้สามารถยกระดับมาตรฐาน เข้าถึงเทคโนโลยี และก้าวเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานระดับภูมิภาคและระดับโลกที่มีมูลค่าสูงขึ้น

ธนาคารโลกเสนอ 5 อุตสาหกรรมแห่งอนาคต ภายในงาน กลุ่มธนาคารโลกได้นำเสนอผลการวิเคราะห์และกลยุทธ์เชิงรุก ผ่านรายงานสำคัญเรื่อง “สร้างอนาคตไทยในวันนี้: คู่มือการลงทุนและการเติบโต” (Building Thailand’s Future Today: The Investment and Growth Playbook)

นายสตีเฟน เอนเดกวา (Stephen N. Ndegwa) ผู้อำนวยการธนาคารโลกประจำประเทศไทย ตั้งข้อสังเกตว่า รูปแบบอุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนประเทศไทยตลอด 35 ปีที่ผ่านมาได้เดินทางมาถึงข้อจำกัด และจำเป็นต้องได้รับการปรับปรุงตั้งแต่ระดับรากฐาน เพื่อสร้างการจ้างงานที่มีคุณภาพและเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ

ขณะที่ นางแคทเธอรีน แอนน์ สเตเปิลตัน (Katherine Anne Stapleton) นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส กล่าวว่า ประเทศไทยมีโอกาสบรรลุสถานะประเทศรายได้สูงภายในปี 2580 แทนที่จะต้องเลื่อนออกไปถึงปี 2601 ตามแนวโน้มปัจจุบัน แต่จำเป็นต้องมีการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศที่แท้จริงต่อหัวอย่างต่อเนื่องประมาณร้อยละ 5.4 ต่อปี

การบรรลุเป้าหมายดังกล่าวจำเป็นต้องยกระดับการมีส่วนร่วมด้านการวิจัยและพัฒนาของธุรกิจ SME จากร้อยละ 8 ให้เข้าใกล้ค่าเฉลี่ยของ OECD ที่ร้อยละ 20 ปฏิรูปกรอบการแข่งขันสำหรับธุรกิจสตาร์ทอัพ และลดช่องว่างการมีส่วนร่วมในกำลังแรงงานระหว่างเพศลงครึ่งหนึ่ง เพื่อชดเชยผลกระทบจากการหดตัวของจำนวนประชากร

ธนาคารโลกได้ระบุ 5 อุตสาหกรรมแห่งอนาคต ซึ่งเกิดจากการปรึกษาหารือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนตลอดระยะเวลา 18 เดือน ได้แก่

1.    อุตสาหกรรมสร้างสรรค์และดิจิทัลคอนเทนต์ 
2.    การผลิตขั้นสูงและอิเล็กทรอนิกส์ 
3.    ระบบเกษตรอาหารและนวัตกรรมอาหาร 
4.    การดูแลสุขภาพและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ 
5.    บริการดิจิทัลและโครงสร้างพื้นฐานสะอาด

นายขวัญพัฒน์ สุทธิธรรมกิจ เจ้าหน้าที่อาวุโสธนาคารโลกผู้รับผิดชอบประจำประเทศไทย ระบุว่า อุตสาหกรรมสร้างสรรค์มีสัดส่วนประมาณร้อยละ 5 ของ GDP และกำลังขยายตัวในระดับเลขสองหลัก พร้อมสนับสนุนให้มีการจัดหาเงินทุนด้านทรัพย์สินทางปัญญา (IP Financing) และการจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ เพื่อเปลี่ยนวัฒนธรรมไทยให้เป็นสินทรัพย์ระดับโลกที่สามารถขยายมูลค่าได้
แนวทางดังกล่าวควรได้รับการสนับสนุนผ่านศูนย์กลางเศรษฐกิจระดับรอง เช่น จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจและส่งเสริมการเติบโตของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในระดับภูมิภาค

เร่งระดมทุนเพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและ AI

นายคาร์ลอส เฟลิเป้ ฮารามิโย (Carlos Felipe Jaramillo) รองประธานธนาคารโลกประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก นายซาร์เวช ซูรี (Sarvesh Suri) ผู้อำนวยการระดับภูมิภาคของบรรษัทเงินทุนระหว่างประเทศ (IFC) และนายมาซามิจิ โคโนะ (Masamichi Kono) ที่ปรึกษาธนาคาร MUFG เน้นย้ำความสำคัญของการดำเนินงานผ่านคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ หรือ กรอ. พร้อมกันนี้ ยังเรียกร้องให้มีการระดมทุนแบบผสมผสานเพื่อสนับสนุน “การปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศ” (Adaptation Finance) เพื่อปกป้องศูนย์กลางอุตสาหกรรมจากความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือ การระดมทุนเพื่อนำ AI และนวัตกรรมไปสู่กลุ่มธุรกิจ MSME ซึ่งเป็นแหล่งจ้างงานประมาณร้อยละ 70 ของกำลังแรงงานในประเทศ โดยการเข้าถึงเทคโนโลยีและเงินทุนจะเป็นปัจจัยสำคัญในการยกระดับผลิตภาพและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจไทย

ผู้นำธุรกิจชี้ทิศทางการลงทุนเพื่ออนาคต

การประชุมช่วงเช้าปิดท้ายด้วยเวทีอภิปรายของภาคเอกชน ซึ่งผู้นำองค์กรธุรกิจชั้นนำของไทยได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับแนวทางการรับมือกับการเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจ

นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานกรรมการบริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ เรียกร้องให้ประเทศไทยเดินหน้าลงทุนอย่างจริงจังในระบบนิเวศดิจิทัลภายในประเทศ การผลิตเซมิคอนดักเตอร์ในประเทศ และการจัดตั้งห้องปฏิบัติการร่วมในมหาวิทยาลัย เพื่อพัฒนาทักษะของนักศึกษาระดับอุดมศึกษาจำนวน 2 ล้านคน พร้อมสนับสนุนเงินทุนตั้งต้นด้าน AI

นายศุภชัยยังตั้งข้อสังเกตว่า “อาหารในอนาคตจะทำหน้าที่เป็นยารักษาโรค” สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสของอุตสาหกรรมอาหาร สุขภาพ เทคโนโลยีชีวภาพ และนวัตกรรมทางการแพทย์ที่สามารถเชื่อมโยงและสร้างมูลค่าใหม่ให้กับเศรษฐกิจไทย ขณะเดียวกัน ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ (Harald Link) ประธานกลุ่มบี.กริม เน้นย้ำถึงความสำคัญของการดำเนินธุรกิจด้วยความเมตตาและความรับผิดชอบต่อสังคม
ส่วนนายอาลก โลเฮีย (Aloke Lohia) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อินโดรามา เวนเจอร์ส ให้ความสำคัญกับการกระจายความเสี่ยงในการดำเนินงานระดับโลก และการบูรณาการธุรกิจในแนวดิ่ง เพื่อสร้างเกราะป้องกันความผันผวนของตลาดและเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับธุรกิจ

Group of business leaders standing on stage at The Bangkok Business Summit event.
Business leaders stand on stage at The Bangkok Business Summit, Reinvent Thailand, Resilient ASEAN.
Man in dark suit speaks at podium with 'The Bangkok Business Summit' logo.
Speaker presents at The Bangkok Business Summit on a large stage with multiple screens.
Man speaking at podium during The Bangkok Business Summit with city skyline backdrop.
Man speaks at podium before large screen displaying Bangkok skyline at an international summit.
Man speaks at podium during The Bangkok Business Summit, reinventing Thailand.
Nine leaders stand before the 'Reinvent THAILAND Resilient ASEAN' sign at a summit.
Nine professionals pose at the Bangkok Business Summit with the "Reinvent THAILAND Resilient ASEAN" banner.
Business leaders pose at Bangkok Business Summit event with 'Reinvent THAILAND Resilient ASEAN' sign.
Group of business leaders at the Bangkok Business Summit displaying 'Reinvent THAILAND Resilient ASEAN'.
A man in a dark suit walks forward, surrounded by other men in business attire at an event.
Three men in dark suits walk through a modern building with gold textured walls.
A man in a dark suit and tie stands before a blue banner with 'Thailand ASEAN'.
Group of business leaders standing on stage at The Bangkok Business Summit event.
Business leaders stand on stage at The Bangkok Business Summit, Reinvent Thailand, Resilient ASEAN.
Man in dark suit speaks at podium with 'The Bangkok Business Summit' logo.
Speaker presents at The Bangkok Business Summit on a large stage with multiple screens.
Man speaking at podium during The Bangkok Business Summit with city skyline backdrop.
Man speaks at podium before large screen displaying Bangkok skyline at an international summit.
Man speaks at podium during The Bangkok Business Summit, reinventing Thailand.
Nine leaders stand before the 'Reinvent THAILAND Resilient ASEAN' sign at a summit.
Nine professionals pose at the Bangkok Business Summit with the "Reinvent THAILAND Resilient ASEAN" banner.
Business leaders pose at Bangkok Business Summit event with 'Reinvent THAILAND Resilient ASEAN' sign.
Group of business leaders at the Bangkok Business Summit displaying 'Reinvent THAILAND Resilient ASEAN'.
A man in a dark suit walks forward, surrounded by other men in business attire at an event.
Three men in dark suits walk through a modern building with gold textured walls.
A man in a dark suit and tie stands before a blue banner with 'Thailand ASEAN'.
แท็ก:#เศรษฐกิจ

ข่าวสารล่าสุด

ดูทั้งหมด

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง

สิทธิประโยชน์

ดูเพิ่มเติม
Toyota
Cape Dara Resort Pattaya
VietJetThailand
Thai Post
FLASH EXPRESS
S&P
grab
Office Mate
barbqplaza

พร้อมก้าวสู่ความสำเร็จทางธุรกิจไปกับเราหรือยัง?

สมัครสมาชิก