วันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม 2569 คุณสุรงค์ บูลกุล รองประธานกรรมการ หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งชาติ (กอช.) ครั้งที่ 1/2569 ณ ห้องประชุม อก. 1 ชั้น 2 อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม โดยมีคุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน
การประชุมครั้งนี้เป็นกลไกสำคัญในการกำหนดทิศทาง ขับเคลื่อน และบูรณาการการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน รองรับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน
โดยที่ประชุมได้สรุปวาระสำคัญเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทย 5 ด้าน ได้แก่
1. Industrial Intelligence & Modernization ปรับปรุงดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) ให้สะท้อนโครงสร้างการผลิตจริงในปัจจุบัน โดยเพิ่มความครอบคลุมกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่และโรงงานสมัยใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อประโยชน์ในการติดตามภาวะเศรษฐกิจและการเจรจาทางการค้า
2. Net Zero & Decarbonization (OECD Framework) นำกรอบ OECD มาปรับใช้เพื่อเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและพลาสติกสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ผ่าน 3 แนวทางหลัก ได้แก่ การผลิตไบโอเอทิลีน, พลาสติกฐานชีวภาพ และเทคโนโลยีการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS)
3. Regulatory Reform & Waste Management เร่งปรับปรุงกฎหมายอุตสาหกรรม 5 ฉบับ โดยเฉพาะ "ร่าง พรบ. จัดการกากอุตสาหกรรม" เพื่อวางระบบการบริหารจัดการขยะอุตสาหกรรมทั้งระบบ และจัดตั้ง "กองทุนอุตสาหกรรมยั่งยืน" เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการและเยียวยาความเสียหาย
4. Domestic Demand Drive (Made in Thailand - MiT) ยกระดับศักยภาพอุตสาหกรรมผ่านกลไกการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ โดยให้แต้มต่อทางราคา 5% ใน 3 กลุ่มเป้าหมายมูลค่าสูง ได้แก่ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ อุตสาหกรรมระบบราง และอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์
5. Energy Security & Biofuel Support ส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ โดยผลักดันรถยนต์ HEV และ mHEV ให้รองรับเชื้อเพลิงแบบยืดหยุ่น (E-flex และ B-flex) เพื่อลดการนำเข้าน้ำมัน สร้างเสถียรภาพแก่เกษตรกร และตอบโจทย์ความยั่งยืน
ทั้งหมดนี้ เพื่อเป้าหมายในการผลักดันให้ GDP ภาคอุตสาหกรรมปี 2569 ขยายตัว และตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าที่ผลิตในประเทศ (MiT) ให้แตะระดับ 200,000 ล้านบาท ภายในปี 2570 เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างมั่นคง




























