สถาบันยุทธศาสตร์การค้า มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจ “ดัชนีสถานการณ์ธุรกิจ SMEs และดัชนีความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ SMEs ประจำไตรมาสที่ 2/2569” พบว่า ดัชนีความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ SMEs โดยรวมอยู่ที่ระดับ 45.1 จุด ลดลงจากไตรมาสก่อน และยังต่ำกว่าระดับ 50 สะท้อนว่าภาคธุรกิจ SMEs ยังอยู่ในภาวะชะลอตัว ท่ามกลางแรงกดดันจากต้นทุน สภาพคล่อง และภาระหนี้สิน
ผลสำรวจจากผู้ประกอบการ SMEs จำนวน 641 ตัวอย่างทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 13–22 กรกฎาคม 2569 พบว่า ดัชนีทั้ง 3 องค์ประกอบ ได้แก่ ดัชนีสถานการณ์ธุรกิจ ดัชนีความสามารถในการทำธุรกิจ และดัชนีความยั่งยืนของธุรกิจ ปรับตัวลดลงจากไตรมาสก่อน โดยสถานการณ์ทางธุรกิจเป็นด้านที่ได้รับแรงกดดันมากที่สุด

ปัจจัยสำคัญที่กระทบต่อผู้ประกอบการยังคงเป็นต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่อยู่ในระดับสูง กำไรและยอดขายที่ฟื้นตัวได้จำกัด สภาพคล่องตึงตัว รวมถึงภาระหนี้ที่ส่งผลต่อความสามารถในการดำเนินธุรกิจ แม้ผู้ประกอบการจะคาดหวังว่าสถานการณ์ในอีก 6 เดือนข้างหน้าจะดีขึ้นกว่าปัจจุบัน แต่ภาพรวมยังไม่กลับเข้าสู่ภาวะขยายตัวอย่างชัดเจน เมื่อจำแนกตามขนาดธุรกิจ พบว่า ธุรกิจรายย่อย หรือ Micro มีความเปราะบางมากที่สุด เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านเงินทุน สภาพคล่อง บุคลากร และการปรับตัว ขณะที่ธุรกิจขนาดกลางมีความพร้อมและความสามารถในการแข่งขันสูงกว่า ส่วนการจำแนกตามประเภทธุรกิจพบว่า ภาคการผลิตมีความเข้มแข็งมากที่สุด ขณะที่ธุรกิจการค้ายังเผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อและการแข่งขันในตลาด
อย่างไรก็ตาม SMEs ยังมีจุดแข็งด้านคุณภาพสินค้าและบริการ การนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ รวมถึงความสามารถในการปรับตัวในช่วงวิกฤติ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยประคองธุรกิจและเพิ่มโอกาสในการแข่งขันในระยะต่อไป ผู้ประกอบการจึงเสนอให้ภาครัฐเร่งดำเนินมาตรการช่วยลดต้นทุน โดยเฉพาะค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าขนส่ง และพลังงาน ควบคู่กับการสนับสนุนเงินทุนและสภาพคล่อง ผ่านสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ การผ่อนปรนเงื่อนไขกู้ยืม และการปรับโครงสร้างหนี้ นอกจากนี้ ควรส่งเสริมช่องทางตลาดทั้งในและต่างประเทศ ขยายการค้าออนไลน์และกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ รวมถึงพัฒนาทักษะแรงงานด้านดิจิทัล AI และการวิเคราะห์ข้อมูล
ภาพรวมผลสำรวจสะท้อนว่า SMEs ยังต้องเผชิญความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจและต้นทุนการดำเนินงาน โดยเฉพาะธุรกิจรายย่อยและภาคการค้า การเร่งเติมสภาพคล่อง ลดภาระต้นทุน ขยายโอกาสทางการตลาด และยกระดับศักยภาพด้านดิจิทัล จึงเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยให้ SMEs ฟื้นตัวและกลับมาแข่งขันได้อย่างยั่งยืนในอนาคต
ดาวน์โหลดเอกสาร https://drive.google.com/file/d/1AUqSWdhLAct76t_fzikObdlELbNbmQd7/view?usp=sharing
ที่มา: สถาบันยุทธศาสตร์การค้า มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
เรียบเรียงและจัดทำโดย: ฝ่ายนโยบายยุทธศาสตร์และการตลาด หอการค้าไทย























