เมื่อวันศุกร์ที่ 18 กันยายน 2569 คุณสราวุฒิ อยู่วิทยา รองประธานกรรมการหอการค้าไทยและประธานคณะกรรมการพัฒนาการศึกษา นำผู้แทนคณะกรรมการพัฒนาการศึกษา หอการค้าไทย เข้าพบ รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการสภาการศึกษา และคณะผู้บริหารสภาการศึกษา เพื่อหารือและผลักดันความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของหอการค้าไทยต่อ ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ... ณ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา
ในการหารือ เลขาธิการสภาการศึกษาได้กล่าวถึงที่มาและแนวคิดในการจัดทำร่างพระราชบัญญัติฯ รวมถึงนำเสนอหลักการและสาระสำคัญของร่างฯ ซึ่งมุ่งกำหนดทิศทางและกรอบการพัฒนาการศึกษาของประเทศในภาพรวม โดยให้ความสำคัญกับ ผลลัพธ์ของผู้เรียน การสร้างระบบการศึกษาที่มีความยืดหยุ่น และการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) รวมถึงการส่งเสริม Reskill/Upskill เพื่อให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลกและตลาดแรงงาน
ร่างพระราชบัญญัติฯ ประกอบด้วย 10 หลักการสำคัญ ครอบคลุมประเด็น อาทิ การจัดการศึกษาที่มีคุณภาพ การปรับตัวให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง การลดความเหลื่อมล้ำ ตลอดจนการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยมีโครงสร้างรวม 7 หมวด 72 มาตรา
ในโอกาสนี้ คุณสราวุฒิฯ ได้นำเสนอข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากหอการค้าไทยต่อร่างพระราชบัญญัติฯ ในประเด็นสำคัญ อาทิ
- การเปิดโอกาสให้ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม มีส่วนร่วมในการกำหนดและขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาแห่งชาติ
- การกำหนดแนวทาง Lifelong Learning ให้มีความชัดเจนและเชื่อมโยงการศึกษาในระบบ นอกระบบ และการเรียนรู้ตามอัธยาศัย เพื่อรองรับการเทียบหรือโอนผลการเรียนรู้ รวมถึง Reskill/Upskill และทักษะใหม่ (New Skills)
- การกระจายอำนาจด้านงบประมาณ บุคลากร และการบริหารจัดการไปสู่พื้นที่และสถานศึกษา ควบคู่กับระบบความรับผิดชอบและการกำกับดูแลที่เหมาะสม
- การส่งเสริมบทบาทของภาคเอกชนในการพัฒนาสถานศึกษา และการนำ Best Practice มาขยายผล
- การเชื่อมโยงฐานข้อมูลด้านการศึกษาและตลาดแรงงาน เพื่อสนับสนุนการวางแผนพัฒนาทุนมนุษย์ให้สอดคล้องกับความต้องการของประเทศ
- การยกระดับบทบาทครูสู่ Coach / Facilitator / Mentor พร้อมส่งเสริมทักษะด้าน Digital Literacy และ AI
- การปรับแนวทางประเมินครูให้ความสำคัญกับผลลัพธ์การเรียนรู้และคุณภาพของผู้เรียนมากขึ้น
- การพัฒนาระบบแนะแนวและการสนับสนุนผู้เรียนทุกกลุ่ม เพื่อให้สามารถเลือกเส้นทางการศึกษาและอาชีพได้สอดคล้องกับศักยภาพและตลาดแรงงาน
- การพิจารณารูปแบบการจัดสรรงบประมาณที่มีความต่อเนื่อง รวมถึงการเปิดโอกาสให้สถานศึกษาสามารถสร้างรายได้และลดการพึ่งพางบประมาณภาครัฐเพียงอย่างเดียว
นอกจากนี้ หอการค้าไทยยังได้เสนอ ข้อคิดเห็นเชิงปฏิบัติรายมาตรา ในประเด็นเกี่ยวกับองค์ประกอบของคณะกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติ โครงสร้างหน่วยงาน การทบทวนหลักสูตร การจัดการข้อมูล การจัดสรรงบประมาณ การดูแลสุขภาวะของครูและบุคลากรทางการศึกษา ตลอดจนการลดความซ้ำซ้อนของหน่วยงานภาครัฐ
ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างรอบด้านเกี่ยวกับการขับเคลื่อนนโยบายการศึกษา โดยพบว่า หอการค้าไทยและสภาการศึกษามีแนวทางและข้อเสนอที่สอดคล้องกันในหลายประเด็น โดยเฉพาะการพัฒนาการศึกษาที่มุ่งผลลัพธ์ของผู้เรียน การสร้างความยืดหยุ่นของระบบการศึกษา และการเชื่อมโยงการศึกษากับการพัฒนาทุนมนุษย์และตลาดแรงงาน
ทั้งนี้ ข้อเสนอจากภาคเอกชนจะถูกนำไปประกอบการพิจารณาและปรับปรุงร่างพระราชบัญญัติฯ ในขั้นตอนต่อไป
ที่ประชุมยังร่วมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในทุกขั้นตอนของการจัดทำร่างพระราชบัญญัติฯ เพื่อให้กฎหมายสามารถกำหนดกรอบและทิศทางการศึกษาในภาพกว้าง และรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคตได้อย่างเหมาะสม
























