(10 สิงหาคม 2569) ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นำคณะกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย รวมทั้ง ผู้บริหารมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เข้าพบ คุณประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมทั้ง คณะผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ โดยได้ร่วมหารือพร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อแนวทางพัฒนาระบบการศึกษาและทักษะแห่งอนาคตให้แก่บุคลากรไทยเพื่อรองรับบริบทเศรษฐกิจและการลงทุนยุคในใหม่ให้แข่งขันได้
ดร.พจน์ฯ ได้นำเสนอประเด็นแนวทางการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันในระดับชาติเพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศ ผ่านกลไกคณะทำงาน Zero Corruption กกร. และเพื่อนไม่ทน รวมทั้ง แผนการทำงานในปี 2569 โดยกำหนดกรอบขับเคลื่อนสำคัญ อาทิ การปลูกฝังจิตสำนึก การใช้ระบบบริหารความเสี่ยง การใช้เทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันการทุจริต รวมถึง การคุ้มครองผู้เปิดเผยข้อมูล เป็นต้น ตลอดจน ผลักดันการแต่งตั้งคณะกรรมการประสานงานเพื่อการต่อต้านการทุจริต (คตท.) โดยนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนมาตรการป้องกันและปราบปรามคอร์รัปชันอย่างจริงจัง
พร้อมนี้ ยังได้นำเสนอถึงกลไกความร่วมมือสำคัญระหว่างภาครัฐและเอกชน ผ่านการดำเนินงานของคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ หรือ กรอ. ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในมิติด้านการพัฒนาทุนมนุษย์ (Human Capital) และการเพิ่มทักษะกำลังคน (upskill /reskill) รองรับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่ผันผวนและรวดเร็ว โดยดร.พจน์ฯ ได้ขอบคุณรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการที่ได้ดำเนินงานต่างๆในแต่ละมิติที่ผ่านมาอย่างเข้มแข็งและต่อเนื่อง
โอกาสนี้ คณะกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ยังได้มีโอกาสร่วมนำเสนอประเด็นต่างๆ เสนอต่อ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ อาทิ
1) การขับเคลื่อนโรงเรียนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา (Sandbox) ซึ่งเป็นโอกาสให้สถานศึกษาในพื้นที่ "Sandbox" มีความยืดหยุ่นและอิสระในการบริหารจัดการทั้งด้านหลักสูตรและระบบการเรียนการสอน เพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ซึ่งปัจจุบันครอบคลุมพื้นที่ 20 จังหวัด : โดยระยะแรกเสนอให้ปรับปรุงหลักสูตรแกนกลางและทดลองใช้ในพื้นที่นวัตกรรมทางการศึกษา ตลอดจน พัฒนาระบบประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาให้สอดคล้องกับระบบสากล
2) การยกระดับการผลิตบุคลากรไทยให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมและการลงทุนยุคใหม่ โดยเน้นปรับหลักสูตรให้มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) มากกว่าเน้นการท่องจำเพียงอย่างเดียว
3) การขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา (Partnership School Project) ผ่านแนวทางบูรณาการความร่วมมือกับองค์กรเอกชนชั้นนำ เพื่อผลักดันให้โรงเรียนเติบโตเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ของชุมชน และเตรียมความพร้อมเยาวชนสู่การทำงานจริงได้อย่างยั่งยืนโดยประสานงานร่วมกับ กระทรวงศึกษาธิการ สพฐ. สถานศึกษา และบริษัทผู้สนับสนุนเพื่อดำเนินโครงการให้มีความต่อเนื่องและขยายผลโครงการให้มากขึ้น
4) ประสานความร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการผ่านสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ สพฐ. ในการประชาสัมพันธ์และเชิญชวนนักเรียนมัธยมปลายเข้าร่วมโครงการ UTCC TUTOR (ติวทั่วไทย พิชิตมหา’ลัยในฝัน) โดยมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ร่วมกับหอการค้าไทยและพันธมิตรภาคเอกชน เพื่อสร้างโอกาสในการพัฒนาศักยภาพ เยาวชนและเตรียมความพร้อมสู่การเรียนต่อในระดับอุดมศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ โดยกระทรวงศึกษาธิการจะร่วมกับภาคเอกชนในการกำหนดโรงเรีนเป้าหมายต่อไป
5) ประสานความร่วมมือทางการศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะและอาชีพ โดยร่วมกับ สถาบันอาชีวศึกษาและหอการค้าจังหวัด
6) ผลักดัน พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ เพื่อขับเคลื่อนการสร้างความชัดเจนเชิงนโยบายการศึกษาอย่างต่อเนื่อง ให้สอดคล้องกับบริบทประเทศที่เปลี่ยนแปลงไป และยังมีประเด็นเกี่ยวเนื่องที่สำคัญ ประกอบด้วย การขับเคลื่อนการพัฒนาทุนมนุษย์ ศตวรรษที่ 21 และการส่งเสริมการจัดการศึกษาตามระบบทวิภาคี เป็นต้น
ดร.พจน์ฯ และคณะกรรมการฯ ยังได้กล่าวแสดงความขอบคุณอย่างยิ่งต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงฯ ที่มีส่วนสำคัญในการสนับสนุนงาน Thailand – China Cooperation Expo 2026 ระหว่างวันที่ 22 - 25 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ณ ศูนย์การประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ซึ่งประสบความสำเร็จด้วยดี โดยปี 2569 นี้ กระทรวงศึกษาธิการ ได้ให้ความอนุเคราะห์ประชาสัมพันธ์เชิญชวนนักเรียนระดับมัธยมกว่า 33 โรงเรียน และสถาบันอาชีวศึกษาเข้าร่วมกิจกรรมในโซน Education Fair กว่า 1,000 คน เป็นการต่อยอดโอกาสการเข้าถึงทุนจากสถาบันการศึกษาชั้นนำจากประเทศจีนมากกว่า 2,000 ทุน
จากการหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในครั้งนี้ หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย พร้อมทั้งกลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่ (YEC) ตลอดจน เครือข่ายทั่วประเทศ เน้นย้ำพร้อมขับเคลื่อนการดำเนินงานร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ ผลักดันประเด็นด้านการศึกษาซึ่งถือเป็น Backbone ของประเทศไทย โดยมุ่งเน้นผนึกกำลังในการยกระดับการศึกษาและการพัฒนาบุคลากรไทยให้มีทักษะ แห่งอนาคตแต่ละมิติ เพื่อสร้างคนรุ่นใหม่ที่พร้อมรองรับระบบเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนยุคใหม่ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
























