เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 คุณบรรณ เกษมทรัพย์ กรรมการรองเลขาธิการหอการค้าไทย และรองประธานคณะกรรมการ Logistics & Supply Chain ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการด้านการขนส่งทางบก ร่วมกล่าวรายงานในพิธีเปิดการทดลองเดินรถโครงการต้นแบบการขนส่งสินค้าทางราง (Pilot Project) ภายใต้พระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 พร้อมด้วย คุณสาวิตรี รัตนจันทร์ กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการ Logistics & Supply Chain เข้าร่วมพิธี ณ ลานขนถ่ายตู้สินค้าทางรถไฟฝั่งซี (Port C) ท่าเรือแหลมฉบัง
โดยมี คุณพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้มีเกียรติ เข้าร่วมกว่า 150 ท่าน
ในโอกาสนี้ คุณบรรณฯ กล่าวว่า ปัจจุบันระบบขนส่งสินค้าของไทยยังพึ่งพาการขนส่งทางถนนเป็นหลัก ขณะที่ความผันผวนของต้นทุนพลังงานและความจำเป็นในการลดต้นทุนขนส่ง ส่งผลให้การพัฒนาระบบรางเป็นทางเลือกสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนโลจิสติกส์ของประเทศ
พระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามามีบทบาทในการให้บริการขนส่งทางรางมากขึ้น ทั้งนี้ หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย โดยคณะกรรมการ Logistics & Supply Chain ได้ร่วมผลักดันโครงการต้นแบบฯ อย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบขนส่งทางรางให้ตอบโจทย์ความต้องการของภาคธุรกิจ และเตรียมความพร้อมรองรับการให้บริการของภาคเอกชน
สำหรับการทดลองเดินรถเส้นทาง ชลบุรี (แหลมฉบัง)–หนองคาย ทั้งไปและกลับ ในครั้งนี้ จะเป็นโอกาสสำคัญในการทดสอบกระบวนการขนส่งจากการเดินรถจริง พร้อมจัดเก็บข้อมูลต้นทุนและอุปสรรคที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปใช้ประกอบการพัฒนาระบบและปรับปรุงกระบวนการขนส่งให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
การทดลองดังกล่าวจะช่วยวางรากฐานการให้บริการขนส่งสินค้าทางรางให้มีความพร้อม และรองรับการเข้ามาให้บริการของภาคเอกชนในระยะต่อไป
ด้านคุณพิพัฒน์ฯ กล่าวว่า การทดลองเดินรถโครงการต้นแบบฯ เป็นก้าวสำคัญในการเพิ่มศักยภาพการขนส่งทางรางเพื่อสนับสนุนภาคการผลิต การค้า และการส่งออก โดยความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนจะช่วยทดสอบกระบวนการขนส่งและจัดเก็บข้อมูลต้นทุนที่แท้จริง เพื่อนำไปวิเคราะห์และลดอุปสรรคด้านกฎระเบียบ
พร้อมมุ่งพัฒนาการขนส่งทางรางให้มีมาตรฐาน ปลอดภัย เชื่อมต่ออย่างไร้รอยต่อ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อันจะนำไปสู่การยกระดับประสิทธิภาพระบบโลจิสติกส์ ลดต้นทุนการขนส่ง และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน



























