ไทยร่วมประชุม APEC Policy Partnership on Food Security (PPFS) 2026 ผลักดัน Digital Transformation สู่ระบบเกษตรและอาหารที่ยั่งยืน
เมื่อวันที่ 18–22 สิงหาคม 2569 คุณชูศักดิ์ ชื่นประโยชน์ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และประธานคณะกรรมการเพิ่มมูลค่าพืชเกษตร ในฐานะผู้แทน The Thai Chamber of Commerce (TCC) ซึ่งเป็นสมาชิกภาคเอกชนไทยของ APEC Policy Partnership on Food Security (PPFS) พร้อมด้วยคุณสุกัญญา ใจชื่น รองประธานคณะกรรมการเพิ่มมูลค่าพืชเกษตรและกรรมการคณะทำงาน ASEAN และคุณวรวัฒน์ ศรียุกต์ กรรมการคณะกรรมการเพิ่มมูลค่าพืชเกษตร เข้าร่วมการประชุม APEC Policy Partnership on Food Security (PPFS) 2026 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ณ เมืองต้าเหลียน สาธารณรัฐประชาชนจีน
ที่ประชุมได้หารือแผนการดำเนินงานของ PPFS ประจำปี 2569 ภายใต้หัวข้อหลักของ APEC 2026 ซึ่งสาธารณรัฐประชาชนจีนในฐานะเจ้าภาพกำหนดไว้ว่า “Digital Transformation of the Food System” หรือ “การขับเคลื่อนระบบเกษตรและอาหารด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล” โดยมุ่งประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อยกระดับประสิทธิภาพ ความยั่งยืน และความสามารถในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงและความท้าทายในอนาคตของระบบเกษตรและอาหาร
ภายใต้หัวข้อดังกล่าว PPFS ให้ความสำคัญกับ 2 ประเด็นหลัก ได้แก่
- “Digital Technologies Enabling Food Supply Chain Resilience” หรือ “เทคโนโลยีดิจิทัลกับการเสริมสร้างความมั่นคงและความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทานอาหาร” โดยมุ่งส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของห่วงโซ่อุปทานอาหารในการรับมือกับความผันผวนและความท้าทายต่าง ๆ
- “Best Practices and Solutions in Digital Transformation” หรือ “แนวปฏิบัติที่เป็นเลิศและแนวทางการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล” เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดี ประสบการณ์ และแนวทางการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลระหว่างเขตเศรษฐกิจเอเปค
สำหรับแนวทางการดำเนินงานในปี 2569 PPFS มุ่งส่งเสริม นวัตกรรมเพื่อสร้างความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันในระบบเกษตรและอาหาร พร้อมสานต่อข้อริเริ่มและโครงการที่เกี่ยวข้อง โดยให้ความสำคัญกับความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และดำเนินงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อผลักดันนโยบายด้านความมั่นคงทางอาหารให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม
ที่ประชุมเห็นพ้องว่า การขับเคลื่อนระบบเกษตรและอาหารด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน โดยภาครัฐมีบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบายและสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการนำเทคโนโลยีมาใช้ ขณะที่ภาคเอกชนมีบทบาทในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้จริง รวมถึงถ่ายทอดองค์ความรู้และแนวปฏิบัติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและยกระดับระบบเกษตรและอาหารในภูมิภาคอย่างยั่งยืน
ในโอกาสดังกล่าว ที่ประชุมได้ชื่นชมบทบาทของประเทศไทยในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน โดยประเทศไทยเป็นเขตเศรษฐกิจเดียวที่ภาคเอกชนมีส่วนร่วมในฐานะสมาชิกของ PPFS ซึ่งสะท้อนถึงความสำคัญของภาคเอกชนในการขับเคลื่อนประเด็นด้านความมั่นคงทางอาหาร และเป็นตัวอย่างของการบูรณาการความร่วมมือเพื่อผลักดันแนวคิดและข้อริเริ่มต่าง ๆ ภายใต้กรอบ APEC ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวสามารถนำไปเป็นแบบอย่างในการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนในเขตเศรษฐกิจอื่น ๆ เพื่อรับมือกับความท้าทายของระบบเกษตรและอาหาร และเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืนในภูมิภาค
นอกจากนี้ เจ้าภาพได้จัดกิจกรรมศึกษาดูงานนอกสถานที่ (Field Trip) เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Management) ผ่านกระบวนการดำเนินงานจริง ตั้งแต่การรับและจัดเก็บวัตถุดิบ การผลิต การควบคุมคุณภาพ การบริหารคลังสินค้า ตลอดจนการขนส่งและกระจายสินค้า โดยมีสถานที่สำคัญ 3 แห่ง ได้แก่
China Grains & Logistics Corporation Beiliang Co., Ltd.
ศึกษาการบริหารจัดการท่าเรือและคลังสินค้าธัญพืชด้วยระบบ “Four-Bulk” ครอบคลุมการขนถ่าย การจัดเก็บ และการขนส่งสินค้าแบบเทกอง ช่วยลดการใช้แรงงาน ลดความสูญเสีย และเพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมโยงระหว่างท่าเรือ คลังสินค้า และระบบขนส่ง
COFCO Oils & Fats (Dalian) Limited
เยี่ยมชมโรงงานผลิตและบรรจุน้ำมัน ศูนย์ควบคุมระบบอัตโนมัติ และห้องปฏิบัติการควบคุมคุณภาพ เพื่อศึกษาการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและระบบ Smart Factory ซึ่งช่วยเพิ่มความแม่นยำ ลดข้อผิดพลาด และเชื่อมโยงข้อมูลด้านการผลิต การควบคุมคุณภาพ และ Supply Chain อย่างเป็นระบบ
Dalian Hong Run Lianhua Food Co., Ltd.
ศึกษากระบวนการวิจัยและพัฒนา (R&D) และการผลิตอาหารปราศจากกลูเตน (Gluten-free) ตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบ การผลิต และการควบคุมคุณภาพ ตลอดจนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับแนวโน้มการบริโภคเพื่อสุขภาพและความต้องการของตลาด
คุณชูศักดิ์ ชื่นประโยชน์ ได้เข้าร่วมการประชุมเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและข้อคิดเห็นด้าน ความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) ภายใต้กรอบ APEC พร้อมนำเสนอแนวทางการดำเนินงานของภาคเอกชนไทย โดยเน้นนวัตกรรม เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI การลดคาร์บอน และการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน
ข้อเสนอสำคัญของภาคเอกชนไทย ได้แก่
- ปรับโครงสร้างภาคการเกษตรตั้งแต่ต้นน้ำ ผ่านการจัดโซนนิ่ง การบริหารจัดการน้ำ การพัฒนาพันธุ์พืช การลดต้นทุน และการวางแผนการผลิตให้สอดคล้องกับตลาด รวมถึงการพัฒนาฐานข้อมูลเกษตรกรเพื่อสนับสนุนการควบคุมคุณภาพและการตรวจสอบย้อนกลับ
- เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรและอาหารแปรรูป ด้วยการใช้วัตถุดิบอย่างมีประสิทธิภาพและส่งเสริมตลาดอาหารพร้อมรับประทาน (Ready-to-Eat)
- ส่งเสริม Smart Farmer และ Digital Technology/AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และดึงดูดคนรุ่นใหม่เข้าสู่ภาคการเกษตร โดยส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐ สถาบันการศึกษา และภาคเอกชน
- ขับเคลื่อนผ่าน Quick Win และ Quick Big Win ด้วยการกำหนดยุทธศาสตร์สินค้าเกษตรและแก้ไขปัญหาตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ครอบคลุมการผลิต การจัดการของเสีย การเพิ่มมูลค่า การค้า กฎระเบียบ และมาตรฐานระหว่างประเทศ
ภาคเอกชนไทยเสนอให้การยกระดับ Food Security มุ่งเน้นการปรับโครงสร้างภาคเกษตร การบริหารจัดการ Supply Chain อย่างเป็นระบบ การเพิ่มมูลค่าสินค้า และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างความมั่นคงอย่างยั่งยืนให้แก่ระบบเกษตรและอาหารของไทย































