วันที่ 1 กันยายน 2569 ดร.วิศิษฐ์ ลิ้มลือชา ประธานคณะกรรมการอาหารแปรรูปและอาหารแห่งอนาคต พร้อมด้วยคณะกรรมการฯ จัดการหารือร่วม ภาคเอกชนและหน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ กระทรวงพาณิชย์, กระทรวงการต่างประเทศ, สสปน., สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์
เพื่อหารือแนวทาง ยกระดับสินค้าไทยสู่ตลาดโลกและเพิ่มมูลค่าการส่งออก โดยตั้งเป้าหมายสร้างมูลค่าเพิ่มจาก 5 กลุ่มสินค้าเป้าหมาย ได้แก่
1.สุราชุมชนและคราฟต์เบียร์
2. เมล็ดพันธุ์พืช
3. สารสกัดฟังก์ชัน (Functional Ingredients)
4. อาหารแห่งอนาคต (Future Food)
5. ผำ (Wolffia)
ประเด็นสำคัญในการหารือ คือ การลดอุปสรรคและเปิดประตูโอกาสทางการค้า โดยเฉพาะการปฏิรูปกฎระเบียบ (Regulatory Reform) การยกระดับมาตรฐานสู่ระดับสากล และการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในรูปแบบ “Team Thailand” เพื่อผลักดันสินค้าไทยจากการส่งออกวัตถุดิบ ไปสู่การเป็นผู้ผลิตสินค้าและนวัตกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูง
ประเด็นสำคัญรายกลุ่มสินค้า
1. สุราชุมชนและคราฟต์เบียร์ เห็นควรมุ่งสร้างอัตลักษณ์สินค้าไทยและเพิ่มศักยภาพการส่งออก โดยปัจจุบันมีโรงกลั่นสุราชุมชนกว่า 1,200 แห่ง แต่มีเพียงประมาณ 10% ที่มีศักยภาพส่งออก
ข้อเสนอสำคัญ ได้แก่ ลดภาระและขั้นตอนการส่งออกสำหรับผู้ประกอบการรายเล็ก, สนับสนุน Business Matching กับกลุ่ม Bar & Café ในต่างประเทศ และผลักดันสินค้าไทยให้เป็นส่วนหนึ่งของการรับรองแขกในต่างประเทศผ่านเครือข่ายสถานทูต
2. เมล็ดพันธุ์พืช โดยปัจจุบันไทยเป็นผู้ส่งออกเมล็ดพันธุ์อันดับ 1 ของอาเซียน และอันดับ 8 ของโลก มีเป้าหมายเพิ่มมูลค่าตลาดจาก 24,000 ล้านบาท เป็น 50,000 ล้านบาท
ข้อเสนอ เห็นควรเร่งลด Non-Tariff Barriers ผลักดันมาตรฐาน OECD Seed Scheme ขยายตลาดใหม่ และปรับปรุงกฎระเบียบให้รองรับเทคโนโลยีใหม่ เช่น Gene Editing พร้อมสร้างระบบคุ้มครองพันธุ์พืชเพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุน
3. สารสกัดฟังก์ชัน (Functional Ingredients) เสนอการยกระดับสมุนไพรไทย เช่น กระชายดำ ขมิ้นชัน และบัวบก จากวัตถุดิบสู่สารสกัดมูลค่าสูง เพื่อทดแทนการนำเข้าซึ่งมีมูลค่ากว่า 4,800 ล้านบาทต่อปี
ข้อเสนอสำคัญ ได้แก่ การกำหนด HS Code สำหรับสินค้าเป้าหมาย เพิ่มสิทธิประโยชน์การลงทุน และจัดตั้ง “Regulation Clinic” ร่วมกับ อย. เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการด้านข้อมูลวิทยาศาสตร์และการขึ้นทะเบียนในต่างประเทศ
4. อาหารแห่งอนาคต (Future Food) โดยผลักดันประเทศไทยสู่ “Future Food Hub of the World” ครอบคลุม Functional Food, Medical Food, Alternative Protein และ Organic Food
ข้อเสนอ คือ เร่งแก้ไขข้อจำกัดด้านการขึ้นทะเบียน Medical Food และการจัดทำ Clinical Trial เพื่อรองรับ Health Claim พร้อมสร้างภาพลักษณ์ “อาหารไทยอร่อยและสุขภาพดี” และผลักดัน FTA โดยเฉพาะไทย–EU เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน
5. ผำ (Wolffia) เสนอการผลักดัน “ผำ” สู่การเป็น Superfood ของโลก ด้วยจุดแข็งด้านโปรตีนและความยั่งยืน ปัจจุบันมีฟาร์มขึ้นทะเบียนกว่า 150 แห่งใน 49 จังหวัด
ข้อเสนอ มุ่งสร้างแบรนด์ “ผำฉะ (Phum-cha)” ให้เป็นสินค้าอัตลักษณ์ไทย เร่งแก้ไขข้อจำกัดด้าน Novel Food ในตลาดยุโรป และต่อยอดการสกัดโปรตีน/สารสกัดจากผำเข้าสู่อุตสาหกรรมอาหาร เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง
ข้อเสนอการขับเคลื่อนในอนาคต
1. ดำเนินงานร่วมกับ สนค. จัดทำ Dashboard ติดตามมูลค่าการส่งออกและความคืบหน้ารายกลุ่มสินค้า รวมถึงการกำหนดพิกัดศุลกากรในกลุ่ม Functional Ingredient
2. รวบรวมรายชื่อผู้ประกอบการกลุ่ม Ready-to-Export เพื่อเชื่อมโยง Business Matching กับผู้ซื้อในต่างประเทศ
3. จัดทำข้อเสนอผลักดัน Regulatory Reform โดยเฉพาะกฎหมายลำดับรองที่เป็นอุปสรรคต่อนวัตกรรมและการประกอบธุรกิจ
4. สนับสนุนการขยายตลาดเดิม และการเปิดตลาดใหม่ในกลุ่มประเทศตะวันออกกลางและแอฟริกา ควบคู่กับการรักษาตลาดหลักในสหรัฐฯ ยุโรป และจีน ในกลุ่มเมล็ดพันธุ์ และอาหารอนาคต
5. บูรณาการภาครัฐ–เอกชนในรูปแบบ “Team Thailand” เพื่อผลักดันสินค้าไทยสู่ตลาดโลกอย่างเป็นเอกภาพ





























