เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 โครงการ Big Brother Season 10 จัดกิจกรรม Meeting with CEO ณ สิงห์ คอมเพล็กซ์ กรุงเทพฯ โดยได้รับเกียรติจาก คุณศรัณยู ชเนศร์ Vice President โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท บรรยายพิเศษในหัวข้อ “Life with Digital Healthcare World” พร้อมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และมุมมองเกี่ยวกับเทคโนโลยีทางการแพทย์ การบริหารจัดการข้อมูลสุขภาพ และบทบาทของ AI ที่กำลังเข้ามาเปลี่ยนโฉมธุรกิจ Healthcare
กิจกรรมดังกล่าวมีบริษัทน้องและพี่เลี้ยงจากโครงการ Big Brother Season 10 เข้าร่วม เพื่อเปิดมุมมองใหม่ในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมกับการดำเนินธุรกิจ รวมถึงเตรียมความพร้อมของผู้ประกอบการต่อการเปลี่ยนแปลงในโลกดิจิทัล
AI for Healthcare: จากการรักษาเมื่อป่วย สู่การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน
หนึ่งในประเด็นสำคัญของการบรรยาย คือการเปลี่ยนแนวคิดจาก Reactive Healthcare ไปสู่ Preventive Healthcare ซึ่งมุ่งดูแล ป้องกัน และติดตามสุขภาพอย่างต่อเนื่อง โดยใช้ Data และ Digital Technology เป็นหัวใจสำคัญ
แนวคิดที่โดดเด่นคือ Single Patient Record หรือการที่ผู้ป่วยหนึ่งคนมีข้อมูลสุขภาพหนึ่งชุดที่สามารถเชื่อมโยงกันได้ เมื่อผู้ป่วยเข้ารับบริการในโรงพยาบาลหรือคลินิกในเครือ แพทย์สามารถเข้าถึงประวัติการรักษา ผลตรวจ รายการยา สิทธิการรักษา และข้อมูลสำคัญได้อย่างรวดเร็ว ช่วยลดการตรวจซ้ำ ลดโอกาสเกิดความผิดพลาด เพิ่มความปลอดภัย และยกระดับประสิทธิภาพในการรักษา
อีกหนึ่งแนวทางสำคัญคือการพัฒนา Global Healthcare Platform เพื่อเชื่อมโยงระบบ Electronic Medical Record (EMR) การนัดหมาย การเงิน และข้อมูลผู้ป่วยไว้ในระบบเดียวกัน ทำให้การเข้าถึงบริการสุขภาพสะดวก รวดเร็ว และไร้รอยต่อมากขึ้น
Home Health Care และ Wearable Technology เชื่อมการดูแลจากโรงพยาบาลสู่บ้าน
เทคโนโลยีดิจิทัลยังช่วยขยายขอบเขตการรักษาจากโรงพยาบาลไปสู่บ้านของผู้ป่วยผ่านบริการ Home Health Care โดยทีมแพทย์และพยาบาลสามารถใช้ Tablet เชื่อมต่อกับฐานข้อมูลของโรงพยาบาลแบบ Real-time เพื่อบันทึก Vital Signs ประเมินอาการ และติดตามผลการรักษา ทำให้บ้านสามารถเป็นส่วนหนึ่งของระบบการดูแลสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ขณะเดียวกัน Wearable Technology อาทิ Apple Watch, WHOOP และอุปกรณ์ติดตามสุขภาพประเภทต่าง ๆ มีบทบาทเพิ่มขึ้นในการเก็บข้อมูลสุขภาพ เช่น การนอนหลับ อัตราการเต้นของหัวใจ ความเครียด การออกกำลังกาย จำนวนก้าว การได้ยิน และข้อมูลด้านสุขภาวะอื่น ๆ ซึ่งสามารถนำมาใช้ประกอบการวิเคราะห์และติดตามสุขภาพอย่างต่อเนื่องได้
AI และ Data Analytics เปลี่ยนข้อมูลสุขภาพสู่การตัดสินใจที่แม่นยำ
การใช้ AI และ Data Analytics สามารถช่วยเปลี่ยนข้อมูลสุขภาพจำนวนมหาศาลให้เป็นข้อมูลเชิงลึกสำหรับแพทย์ ผู้บริหารโรงพยาบาล และผู้ป่วย ช่วยสนับสนุนการวางแผนรักษา การติดตามสุขภาพ และการบริหารทรัพยากรของสถานพยาบาลให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
สิ่งสำคัญที่ภาคธุรกิจ Healthcare ต้องให้ความสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการมีเทคโนโลยี แต่คือความสามารถในการเชื่อมโยงและใช้ประโยชน์จาก “ข้อมูล” อย่างเหมาะสม เพราะข้อมูลกำลังกลายเป็นทรัพยากรสำคัญของระบบสุขภาพยุคใหม่ และเป็นรากฐานของการเปลี่ยนจากการรักษาเมื่อเกิดโรคไปสู่การป้องกันและดูแลสุขภาพเชิงรุก
3 บทบาทสำคัญของ AI ใน Healthcare
1. AI ช่วยสนับสนุนการวินิจฉัยโรค
AI สามารถนำมาพัฒนาเป็นเครื่องมือและแอปพลิเคชันเพื่อสนับสนุนการคัดกรองโรคเบื้องต้น เช่น การวิเคราะห์ความผิดปกติของผิวหนังและประเมินความเสี่ยง เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาของบุคลากรทางการแพทย์
2. AI สนับสนุนกระบวนการผ่าตัด
AI สามารถเป็นเครื่องมือช่วยศัลยแพทย์วิเคราะห์ข้อมูลระหว่างกระบวนการผ่าตัด เช่น การประเมินปริมาณเลือดที่สูญเสีย หรือช่วยวิเคราะห์ขั้นตอนสำคัญของกระบวนการผ่าตัด ซึ่งมีศักยภาพในการเพิ่มประสิทธิภาพและลดภาระงานบางส่วนของบุคลากรทางการแพทย์
3. AI เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์
AI สามารถช่วยถอดและจัดทำบันทึกจากบทสนทนาระหว่างแพทย์กับผู้ป่วย รวมถึงสนับสนุนงานด้านเอกสารและกระบวนการทำงานบางประเภทให้เป็นระบบอัตโนมัติ ช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์มีเวลาเพิ่มขึ้นสำหรับภารกิจด้านการดูแลผู้ป่วย
การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า AI ไม่ได้เป็นเพียงเทคโนโลยีแห่งอนาคต แต่กำลังเข้ามามีบทบาทต่อระบบ Healthcare ในปัจจุบัน และอาจเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจสุขภาพในระยะต่อไป
ช่วงบ่าย เจาะลึก Brand Archetype สร้างแบรนด์ให้มีตัวตนและแตกต่าง
สำหรับกิจกรรมในช่วงบ่าย ได้รับเกียรติจาก อาจารย์ภูสิษฐ์ จาตุรงคกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบ การสร้างแบรนด์ การตลาดและกลยุทธ์ และที่ปรึกษานวัตกรรมการออกแบบ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) บรรยายพิเศษเรื่อง “Brand Archetype สร้างแบรนด์อย่างไรให้โดนใจตลาด”
Brand Archetype คือแนวคิดในการกำหนด “ต้นแบบบุคลิก” ของแบรนด์ตามหลักจิตวิทยา เพื่อสะท้อนตัวตน ความเชื่อ คุณค่า และรูปแบบความสัมพันธ์ที่แบรนด์ต้องการสร้างกับผู้บริโภค โดยมีรากฐานจากแนวคิดทางจิตวิทยาของ Carl Gustav Jung
Brand Archetype แบ่งออกเป็น 12 รูปแบบ ภายใต้แรงขับเคลื่อนหลัก 4 กลุ่ม ได้แก่
- Explore Spirituality: Innocent, Sage และ Explorer มุ่งเน้นความหวัง ความรู้ และการค้นหาความหมาย
- Leave Legacy: Outlaw, Magician และ Hero มุ่งท้าทายข้อจำกัด สร้างการเปลี่ยนแปลง และผลลัพธ์
- Pursue Connection: Lover, Jester และ Everyman มุ่งสร้างความสัมพันธ์ ความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง และความสุขร่วมกัน
- Provide Structure: Caregiver, Ruler และ Creator มุ่งสร้างการดูแล มาตรฐาน โครงสร้าง และความคิดสร้างสรรค์
Brand Archetype ช่วยธุรกิจสร้างความแตกต่างอย่างไร
การกำหนด Brand Archetype ที่ชัดเจนช่วยให้ธุรกิจตอบคำถามสำคัญได้ว่า “แบรนด์คือใคร ยืนหยัดเพื่ออะไร และต้องการสร้างคุณค่าอะไรให้กับลูกค้า” ซึ่งสามารถนำไปสู่การกำหนดภาษา ภาพลักษณ์ การสื่อสาร และแคมเปญการตลาดให้มีทิศทางเดียวกัน
นอกจากนี้ ยังช่วยสร้างความสัมพันธ์ทางอารมณ์ระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค ทำให้แบรนด์ไม่ได้ถูกจดจำเพียงจากสินค้าและบริการ แต่สามารถพัฒนาไปสู่การเป็น “ความหมาย” หรือ “สัญลักษณ์” บางอย่างในชีวิตของลูกค้า ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความแตกต่างในตลาดที่สินค้าและบริการมีคุณสมบัติใกล้เคียงกัน
อย่างไรก็ตาม การเลือก Archetype ไม่ควรพิจารณาจากความชอบส่วนบุคคลเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเชื่อมโยงกับ กลุ่มเป้าหมาย จุดแข็งที่ธุรกิจสามารถทำได้จริง ช่องว่างทางการตลาด และ Brand DNA เพื่อให้บุคลิกของแบรนด์มีความน่าเชื่อถือและสามารถรักษาได้ในระยะยาว
หัวใจสำคัญคือ แบรนด์ต้อง “BE – DO – SAY – FEEL” กล่าวคือ เป็นในสิ่งที่แบรนด์ประกาศ ทำในสิ่งที่สอดคล้องกับตัวตน สื่อสารอย่างจริงใจ และสร้างประสบการณ์ที่ทำให้ลูกค้าสัมผัสถึงคุณค่าของแบรนด์ได้จริง ซึ่งจะช่วยต่อยอดไปสู่ความไว้วางใจ ความภักดี และการกลับมาใช้สินค้าและบริการซ้ำ
ในทางกลับกัน หากเลือก Archetype ที่ดูน่าสนใจ แต่ธุรกิจไม่สามารถส่งมอบประสบการณ์ตามคำมั่นสัญญาของแบรนด์ได้ อาจเกิดช่องว่างระหว่าง “ภาพจำ” กับ “ประสบการณ์จริง” ของลูกค้า และส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของแบรนด์ในระยะยาว
Big Brother Season 10 เติมองค์ความรู้ เสริมศักยภาพผู้ประกอบการรับโลกธุรกิจใหม่
กิจกรรม Meeting with CEO ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาธุรกิจในสองมิติที่ต้องเดินไปพร้อมกัน ได้แก่ การใช้เทคโนโลยีและข้อมูลเพื่อยกระดับประสิทธิภาพของธุรกิจ และ การสร้างแบรนด์ที่มีตัวตนและสามารถเชื่อมโยงกับผู้บริโภคได้อย่างมีความหมาย
องค์ความรู้จากทั้ง AI for Healthcare, Digital Healthcare และ Brand Archetype จึงไม่เพียงเปิดมุมมองต่อเทคโนโลยีและการตลาด แต่ยังช่วยให้ผู้ประกอบการในโครงการ Big Brother Season 10 มองเห็นโอกาสในการปรับตัว พัฒนานวัตกรรม และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน เพื่อเตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและโลกธุรกิจยุคดิจิทัลอย่างยั่งยืน
สรุปโดย: ฝ่ายเลขานุการโครงการ Big Brother
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม: โทร. 02-018-6888 ต่อ 3630


































