เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 หอการค้าไทย จัดกิจกรรม BB Business Academy & On-site Visit ภายใต้ โครงการ Big Brother Season 10 โดยได้รับการสนับสนุนจากบริษัทพี่เลี้ยง บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ณ ALL Now Complex มีบริษัทน้องในโครงการ Big Brother Season 10 เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 70 ราย เพื่อเปิดมุมมองการบริหารจัดการคลังสินค้าและระบบโลจิสติกส์สมัยใหม่ ตลอดจนเรียนรู้แนวทางการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ
เปลี่ยน “คลังสินค้า” จากต้นทุน สู่เครื่องมือสร้างกำไร
ภาคเช้า ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้รับฟังการบรรยายพิเศษในหัวข้อ “คลังสินค้าอัตโนมัติ” โดย คุณจาตุกร ชาติยานนท์ ที่ปรึกษา กลุ่มบริษัท ออลล์นาว ซึ่งชี้ให้เห็นว่า คลังสินค้าในโลกธุรกิจยุคใหม่ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สำหรับจัดเก็บสินค้า แต่ทำหน้าที่เป็น Central Hub ที่เชื่อมโยงตั้งแต่ซัพพลายเออร์ไปจนถึงลูกค้าปลายทาง และมีบทบาทโดยตรงต่อประสิทธิภาพ ต้นทุน และความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจ
สำหรับผู้ประกอบการ SME การบริหารคลังสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพถือเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของการยกระดับธุรกิจ เพราะคลังสินค้าที่ขาดการบริหารจัดการที่ดีอาจนำไปสู่ปัญหาสินค้าค้าง สินค้าเสียหาย สินค้าหมดอายุ สต๊อกคลาดเคลื่อน และเงินทุนจม ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อกำไรโดยตรง
ในทางกลับกัน หากธุรกิจสามารถบริหารคลังสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วย เพิ่มรอบหมุนเวียนสินค้า ลดต้นทุน เพิ่มความรวดเร็วและความแม่นยำ รวมถึงเสริมสภาพคล่องและกระแสเงินสดของธุรกิจ
SME ไม่จำเป็นต้อง Automated ทั้งระบบในครั้งเดียว
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญสำหรับผู้ประกอบการ คือ การก้าวสู่ระบบอัตโนมัติไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเป็น Fully Automated Warehouse ในทันที แต่สามารถพัฒนาแบบ Step-by-Step ตามความพร้อมของธุรกิจและผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI)
ผู้ประกอบการสามารถเริ่มต้นตั้งแต่ระบบ Barcode, Pick-to-Light และ Warehouse Management System (WMS) ก่อนต่อยอดไปสู่ Conveyor, AGV/AMR และ Automated Storage and Retrieval System (AS/RS) เมื่อธุรกิจมีปริมาณงานและความพร้อมที่เหมาะสม
แนวคิดสำคัญคือการเลือกใช้เทคโนโลยีให้สอดคล้องกับปัญหาและเป้าหมายของธุรกิจ เพื่อเปลี่ยนคลังสินค้าจาก “ภาระต้นทุน” ให้เป็น “เครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างกำไร”
เปิดเทคโนโลยี Smart Warehouse เพิ่มความเร็วและความแม่นยำ
ระบบคลังสินค้าอัจฉริยะที่กลุ่มธุรกิจในเครือ CP นำมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ประกอบด้วยเทคโนโลยีสำคัญ อาทิ
- AS/RS (Automated Storage and Retrieval System) ระบบจัดเก็บและเรียกค้นสินค้าอัตโนมัติในแนวดิ่ง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พื้นที่ โดยสามารถลดการใช้พื้นที่แนวราบได้สูงสุดถึง 60%
- 4-Way Shuttle ระบบ Shuttle สำหรับเคลื่อนย้ายพาเลทสินค้าได้ 4 ทิศทาง ทั้งหน้า–หลัง และซ้าย–ขวา ช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการจัดเก็บและเบิกจ่ายสินค้า
- WMS (Warehouse Management System) ระบบซอฟต์แวร์บริหารคลังสินค้า ตั้งแต่การรับเข้า จัดเก็บ ไปจนถึงการเบิกจ่าย ช่วยให้การบริหารสต๊อกมีความแม่นยำและสามารถติดตามข้อมูลได้แบบเรียลไทม์
การนำระบบอัตโนมัติมาประยุกต์ใช้สามารถช่วยลดต้นทุนและการพึ่งพาแรงงาน เพิ่มศักยภาพการทำงานต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง ลดความผิดพลาด และรองรับการขยายตัวของธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยในบางกระบวนการสามารถลดจำนวนพนักงานในคลังสินค้าได้สูงสุดถึง 70% ขณะเดียวกันยังช่วยเพิ่มความสามารถในการกระจายสินค้าให้แก่ธุรกิจค้าส่ง ค้าปลีก และอาหารได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
เปิดบ้าน ALL Now Complex เรียนรู้ Integrated Logistics แบบครบวงจร
ในช่วงบ่าย ผู้ประกอบการได้เยี่ยมชม ALL Now Complex พร้อมรับฟังการบรรยายพิเศษเกี่ยวกับการบริหารคลังสินค้า ALL Now โดย คุณไพเวช จินดากิจประเสริฐ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานบริหารธุรกิจโลจิสติกส์
ALL Now ดำเนินธุรกิจในฐานะผู้ให้บริการโลจิสติกส์แบบครบวงจร หรือ Integrated Third Party Logistics Provider (3PL) ในกลุ่มธุรกิจภายใต้เครือเจริญโภคภัณฑ์ ให้บริการด้วยรถขนส่งหลากหลายขนาดและประเภท ควบคู่กับระบบบริหารจัดการคลังสินค้าและการขนส่งที่มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และได้มาตรฐาน
ด้วยประสบการณ์ด้านโลจิสติกส์มากกว่า 20 ปี ALL Now ให้บริการแก่พันธมิตรทั้งบริษัทชั้นนำในประเทศ บริษัทข้ามชาติ และผู้ประกอบการรายย่อย พร้อมหน่วยปฏิบัติการขนส่งกระจายอยู่ในภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศไทยมากกว่า 16 จุดบริการ
การดำเนินงานให้ความสำคัญกับ 4 ภารกิจหลัก ได้แก่ การตอบสนองความต้องการของลูกค้า การขยายและบริหารกองรถอย่างมีประสิทธิภาพ การนำเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และการพัฒนาบุคลากรที่มีศักยภาพ เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการเติบโตขององค์กรและลูกค้าในระยะยาว
ALL Now Fulfillment ตอบโจทย์ E-Commerce และธุรกิจยุคดิจิทัล
อีกหนึ่งไฮไลต์ของการเยี่ยมชม คือ ALL Now Fulfillment ซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจโลจิสติกส์และ E-Commerce ตอบโจทย์ผู้ประกอบการทุกขนาดและหลากหลายช่องทางการขายในยุคดิจิทัล
บริการครอบคลุมแบบ One Stop Service ตั้งแต่การรับสินค้า จัดเก็บ แพ็คสินค้า ไปจนถึงการจัดส่งถึงมือลูกค้า ภายใต้มาตรฐานคลังสินค้าที่สะอาดและปลอดภัย พร้อมรองรับการเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์ม E-Commerce และช่องทางการขายออนไลน์ที่หลากหลาย
ระบบ Fulfillment ที่มีประสิทธิภาพจึงมีส่วนช่วยลดภาระด้านการบริหารโลจิสติกส์และต้นทุนของผู้ประกอบการ ทำให้ SME สามารถมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาสินค้า การตลาด และการสร้างยอดขายได้อย่างเต็มศักยภาพ ขณะที่ระบบหลังบ้านสามารถรองรับการเติบโตของธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Big Brother เชื่อมองค์ความรู้จากองค์กรชั้นนำ สู่การเพิ่มขีดความสามารถ SME ไทย
กิจกรรม BB Business Academy & On-site Visit สะท้อนแนวทางของโครงการ Big Brother ในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ ประสบการณ์ เทคโนโลยี และแนวปฏิบัติจากองค์กรชั้นนำไปสู่ผู้ประกอบการ เพื่อให้ SME สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้กับธุรกิจได้จริง
ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี พฤติกรรมผู้บริโภค และการแข่งขันทางธุรกิจ การยกระดับ Smart Warehouse, Automation, Logistics และ E-Commerce Fulfillment จะเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการช่วยลดต้นทุน เพิ่มผลิตภาพ สร้างความคล่องตัว และเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย นำไปสู่การเติบโตของธุรกิจและเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน
Key Takeaways
1. คลังสินค้าไม่ใช่แค่ที่เก็บสินค้า
แต่เป็น Central Hub ของ Supply Chain ที่ส่งผลโดยตรงต่อต้นทุน กำไร และกระแสเงินสดของธุรกิจ
2. SME เริ่ม Automation แบบ Step-by-Step ได้
ไม่จำเป็นต้องลงทุนระบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบตั้งแต่วันแรก แต่ควรเลือกเทคโนโลยีให้เหมาะกับขนาดธุรกิจ ปัญหา และ ROI
3. Smart Warehouse ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มความแม่นยำ
เทคโนโลยี AS/RS, 4-Way Shuttle และ WMS ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพพื้นที่ ลดการพึ่งพาแรงงาน และสนับสนุนการทำงานแบบเรียลไทม์
4. Fulfillment คือโครงสร้างสำคัญของ E-Commerce
ระบบหลังบ้านที่มีประสิทธิภาพช่วยให้ผู้ประกอบการลดภาระด้านโลจิสติกส์ และสามารถมุ่งทรัพยากรไปที่สินค้า การตลาด และการสร้างยอดขาย
5. Technology + Logistics = Competitiveness
การนำเทคโนโลยีมาเชื่อมโยงกับการบริหาร Supply Chain และ Logistics อย่างเหมาะสม เป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของ SME ไทย
สรุปโดย: ฝ่ายเลขานุการโครงการ Big Brother
โทรศัพท์: 02-018-6888 ต่อ 3630




































