กกร. ผนึกภาคีเครือข่าย 20 องค์กร จัดเวที “Zero Corruption: กกร. และเพื่อนไม่ทน” จี้พรรคการเมืองกำจัดสแกมเมอร์-ทุนเทา-นอมินี ชี้เสียหายปีละ 2.5 หมื่นล้าน
กรุงเทพฯ (14 มกราคม 2569) – ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานคณะทำงาน Zero Corruption: กกร. และเพื่อนไม่ทน เป็นประธานเปิดเวทีเสวนาสาธารณะ “หยุดสแกมเมอร์ ทุนเทา และนอมินี” เพื่อส่งสารถึงพรรคการเมืองและสาธารณชนก่อนการเลือกตั้งปี 2569 ณ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
ดร.พจน์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญกับ “สงครามเศรษฐกิจยุคใหม่” โดยในปี 2568 เพียงปีเดียว ความเสียหายจากคดีหลอกลวงออนไลน์สูงถึง 2.5 หมื่นล้านบาท แต่เยียวยาเหยื่อได้เพียงร้อยละ 1 เท่านั้น ปัญหานี้ไม่ใช่เพียงอาชญากรรมไซเบอร์ แต่คือ “มะเร็งร้ายคอร์รัปชัน” ที่กลุ่มทุนเทาใช้นอมินีฟอกเงิน บิดเบือนกลไกตลาด และตัดราคาจน SME ไทยต้องล้มตาย หากไม่เร่งแก้ไขจะนำไปสู่ภาวะ “ยึดรัฐ” ผ่านการจ่ายสินบนเจ้าหน้าที่ระดับสูงและนักการเมืองจนโครงสร้างประเทศพังทลาย
เครือข่าย “กกร. และเพื่อนไม่ทน” ได้ประกาศจุดยืนและข้อเสนอต่อพรรคการเมือง ดังนี้
1. การประกาศสัญญาประชาคม: เรียกร้องให้พรรคการเมืองที่จะเป็นรัฐบาลใหม่ ยึดถือความสุจริตเป็นที่ตั้ง แสดงจุดยืน “ไม่ทน” ต่อวัฒนธรรมการให้ผลประโยชน์ และกล้าลงโทษคนในพรรคหากมีส่วนพัวพันทุจริต รวมถึงปฏิรูปสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างเร่งด่วน
2. ผลกระทบเชิงลึกต่อเอกชน: ชี้ปัญหาทุนเทาทำลายการแข่งขันที่เป็นธรรม ภัยนอมินีในธุรกิจท่องเที่ยวและอสังหาริมทรัพย์ที่เปรียบเสมือนการ “ขายชาติ” เชิงเศรษฐกิจ และวิกฤตศรัทธาต่อระบบ Digital Economy ที่อาจล่มสลายหากประชาชนขาดความเชื่อมั่น
3. Action Plan 6 เดือนแรก: เสนอให้รัฐบาลใหม่สังคายนากฎหมาย (Regulatory Guillotine) โดยตรวจสอบอำนาจการควบคุมและผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง (UBO) เพื่อปิดช่องว่างนอมินี พร้อมใช้มาตรการเชิงรุก 6 ประการ อาทิ การเปิดเผยข้อมูลภาครัฐ (Open Data) และการนำ AI มามอนิเตอร์โครงการรัฐ
“ประเทศไทยไม่ใหญ่เกินกว่าจะจัดการปัญหานี้ หากรัฐบาลมีความตั้งใจจริงและบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดเหมือนในอารยประเทศ กกร. และเพื่อนจะไม่ทนอีกต่อไป และขอท้าทายให้รัฐบาลใหม่ร่วมพิสูจน์ความจริงใจในการลงมือทำไปพร้อมกับเรา” ดร.พจน์ กล่าวทิ้งท้าย