เปิดมุมมองหอการค้าไทย ก่อนการเลือกตั้ง ปี 2569

ความเคลื่อนไหว - 7 ม.ค. 2569

หอการค้าไทยสะท้อนมุมมองก่อนเลือกตั้งปี 2569 ชี้โจทย์เศรษฐกิจไทยต้องแก้เชิงโครงสร้าง ยกระดับเป็นวาระแห่งชาติ เน้นการปฏิบัติจริง ความต่อเนื่อง และความเชื่อมั่นของนักลงทุน

News Cover
News Cover

ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ในช่วงเวลาก่อนการเลือกตั้งทั่วไป ภาคเอกชนมองว่าโจทย์สำคัญของประเทศไม่ได้อยู่ที่การแข่งขันด้านนโยบายหรือคำมั่นสัญญาทางการเมือง แต่คือความสามารถของรัฐบาลชุดใหม่ในการแปลงนโยบายไปสู่การปฏิบัติจริงอย่างเป็นรูปธรรม ต่อเนื่อง และตรวจสอบได้ เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นของระบบเศรษฐกิจทั้งในประเทศและระดับนานาชาติ

เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญความท้าทายเชิงโครงสร้างหลายด้านพร้อมกัน ทั้งด้านขีดความสามารถในการแข่งขัน ภาระต้นทุนของผู้ประกอบการ ปัญหาหนี้ครัวเรือน คุณภาพแรงงาน และข้อจำกัดด้านระบบราชการ ซึ่งไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยมาตรการระยะสั้นหรือเชิงประชานิยม แต่จำเป็นต้องยกระดับเป็น “วาระแห่งชาติ” ที่มีเป้าหมายชัดเจนและดำเนินการอย่างต่อเนื่องข้ามรัฐบาล

เปิดมุมมองหอการค้าฯ ก่อนการเลือกตั้ง-05_0.jpg

6 ปัญหาวาระแห่งชาติที่ต้องเร่งจัดการ

หอการค้าไทยสรุปข้อกังวลสำคัญที่เห็นว่าควรถูกยกระดับเป็นวาระแห่งชาติ ได้แก่

1. กรอบยุทธศาสตร์ชาติที่ปฏิบัติได้จริง
ต้องมีเป้าหมายเชิงปฏิบัติ ตัวชี้วัดที่สะท้อนผลลัพธ์จริง และความต่อเนื่องข้ามรัฐบาล เพื่อลดความผันผวนของนโยบายและเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนและภาคธุรกิจ

2. การปฏิรูประบบราชการและปราบปรามคอร์รัปชัน
ระบบราชการที่ซับซ้อนและขาดประสิทธิภาพเป็นอุปสรรคต่อการขับเคลื่อนนโยบายและการทำธุรกิจ จำเป็นต้องเร่งปรับกระบวนการให้โปร่งใส เป็นธรรม และบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง

3. การพัฒนาคุณภาพการศึกษาและแรงงาน
แรงงานไทยยังไม่สอดรับกับความต้องการของเศรษฐกิจยุคใหม่ จึงต้องเร่งยกระดับทักษะ แก้ปัญหาความไม่สอดคล้องระหว่างระบบการศึกษากับภาคการผลิต โดยเฉพาะอุตสาหกรรมมูลค่าสูง

4. ระบบการบริหารแบบบูรณาการ
ต้องยุติการทำงานแบบแยกส่วน เพิ่มการบูรณาการข้อมูล หน่วยงาน และทรัพยากร เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นระบบและลดความซ้ำซ้อนในการดำเนินงานของภาครัฐ

5. การปฏิรูปภาคเกษตรอย่างยั่งยืน
มุ่งลดต้นทุนการผลิต แก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง พัฒนาโลจิสติกส์ และส่งเสริมการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรและรายได้ให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน

6. แผนรับมือภัยพิบัติระดับประเทศ
ประเทศไทยจำเป็นต้องมีระบบเตือนภัย การบริหารจัดการน้ำ และแผนรับมือภัยพิบัติที่ครอบคลุมตั้งแต่ระดับท้องถิ่นจนถึงระดับชาติ เพื่อลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจและภาคธุรกิจ

 

เศรษฐกิจภูมิภาค หัวใจความยั่งยืนของประเทศ

หอการค้าไทยเน้นย้ำว่า เศรษฐกิจภูมิภาคไม่ใช่เรื่องรอง เพราะการเติบโตของเศรษฐกิจไทยอย่างมั่นคงจำเป็นต้องอาศัยพลังจากทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยปัจจัยท้าทายสำคัญที่กำลังฉุดรั้งการเติบโตในระดับพื้นที่ ได้แก่

  • การแข่งขันด้านการท่องเที่ยวที่รุนแรงขึ้น
  • ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการจัดการน้ำ
  • ปัญหาหนี้ครัวเรือนและสภาพคล่องของผู้ประกอบการ SMEs
  • ความไม่แน่นอนของการค้าและการลงทุนภายใต้เศรษฐกิจโลกชะลอตัว
  • ปัญหาด้านสังคมและธุรกิจสีเทาที่กระทบต่อความเชื่อมั่นของระบบเศรษฐกิจ
     

ข้อเสนอเชิงนโยบายที่ภาคเอกชนต้องการเห็น

เพื่อให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวอย่างมั่นคงและขยายตัวได้จริง หอการค้าไทยเสนอให้รัฐบาลชุดใหม่ให้ความสำคัญกับ “กลไกเชิงยุทธศาสตร์” มากกว่ามาตรการชั่วคราว โดยประกอบด้วย

  • กลไกขับเคลื่อนร่วมรัฐ–เอกชน จัดตั้งกลไกหรือคณะกรรมการเศรษฐกิจที่มีอำนาจจริง ตัวชี้วัดชัดเจน และแผนปฏิบัติที่ติดตามผลได้
  • การยกระดับ SMEs และการส่งออก ผ่านการปรับโครงสร้างการผลิต เทคโนโลยี มาตรฐาน และการจัดสรรงบประมาณที่ตรงเป้า
  • ระบบการท่องเที่ยวแบบบูรณาการ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย คุณภาพ และเพิ่มมูลค่าการท่องเที่ยวต่อหัว
  • การฟื้นฟูความเชื่อมั่นของนักลงทุนและตลาดทุน ด้วยระบบกำกับดูแลที่โปร่งใสและการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง
  • การสร้างรายได้ผ่านการจ้างงานจริง เน้นการสร้างงานและรายได้ที่ยั่งยืน มากกว่ามาตรการระยะสั้น
  • การใช้กลไกการเงินของรัฐอย่างบูรณาการ เพื่อสนับสนุนการลงทุนและการขยายตัวของภาคธุรกิจ พร้อมดูแลเสถียรภาพด้านอัตราแลกเปลี่ยน
  • การปลดล็อกกฎหมายและกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรค ลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อนและต้นทุนในการดำเนินธุรกิจ
     

 

เรียบเรียงและจัดทำโดย ฝ่ายนโยบายยุทธศาสตร์และการตลาด หอการค้าไทย

แท็ก:#ความเคลื่อนไหว#นโยบาย#ธุรกิจ#การเลือกตั้ง#เศรษฐกิจ

ข่าวสารล่าสุด

ดูทั้งหมด

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง

หอการค้าฯ ถกปัญหาการพัฒนาอุตสาหกรรมกับ รมว.อุตสาหกรรม ยื่นข้อเสนอ ปลดล็อคกฎระเบียบ ส่งเสริมนวัตกรรมและหุ่นยนต์ พืชพลังงานและพลังงานสะอาด
Rectangle left backgroundRectangle right background

หอการค้าฯ ถกปัญหาการพัฒนาอุตสาหกรรมกับ รมว.อุตสาหกรรม ยื่นข้อเสนอ ปลดล็อคกฎระเบียบ ส่งเสริมนวัตกรรมและหุ่นยนต์ พืชพลังงานและพลังงานสะอาด มาตรฐานสินค้าแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า เชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน คำนิยาม SMEs ชัดเจนเพื่อช่วยเหลือให้ถูกจุด และแข่งขันได้

ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นำคณะกรรมการฯ เข้าหารือกับนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อเสนอแนวทางยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทย ทั้งด้านการปลดล็อกกฎระเบียบ การส่งเสริมนวัตกรรมและหุ่นยนต์ พลังงานสะอาด การพัฒนา SMEs และการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน ณ กระทรวงอุตสาหกรรม

เศรษฐกิจ15 มิ.ย. 2569

สิทธิประโยชน์

ดูเพิ่มเติม

พร้อมก้าวสู่ความสำเร็จทางธุรกิจไปกับเราหรือยัง?

สมัครสมาชิก