กกร. ห่วงเศรษฐกิจไทยโตต่ำกว่า 2% หวังการเมือง-เลือกตั้งเป็นไปอย่างราบรื่น

เศรษฐกิจ - 4 ก.พ. 2569

กกร. คาด GDP ไทยปี 2569 โตเพียง 1.6-2.0% ห่วงปัญหางบประมาณล่าช้าและภาษีสหรัฐฯ จี้รัฐบาลใหม่เน้นปรับโครงสร้างเศรษฐกิจแบบ Reinvent Thailand แทนการทำประชานิยม

News Cover
News Cover

คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน  (กกร.) ประกอบด้วย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย โดย กกร.ได้จัดประชุมคณะกรรมการประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2569 โดยมี นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศ ในฐานะประธาน กกร. เป็นประธานในการประชุม พร้อมด้วยดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย  และนายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย เป็นประธานร่วมในการประะชุม โดยที่ประชุม กกร. ได้ประเมินเศรษฐกิจ ดังนี้

S__84279301.jpg

ปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์และความไม่แน่นอนจากมาตรการภาษีสหรัฐฯ เป็นความเสี่ยงหลักของเศรษฐกิจโลกปี 2569

สะท้อนจาก Global Risks Report ของ World Economic Forum ที่ระบุว่าปัจจัยด้าน Geoeconomics เป็นความเสี่ยงอันดับหนึ่งของโลกและสูงขึ้นกว่าปีที่แล้ว อีกทั้ง เหตุการณ์ด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี ส่งผลให้ตลาดการเงิน โดยเฉพาะค่าเงินและราคาทองคำผันผวน โดยมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ในปีนี้มีอีกอย่างน้อย 9 รายการสินค้าที่อยู่ในข่ายถูกเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติม โดยมีมูลค่าการส่งออกไปสหรัฐฯ 4.5 หมื่นล้านดอลลาร์ สรอ. หรือคิดเป็น 63% ของมูลค่าการส่งออกไทยไปสหรัฐฯ ในปี 2568 โดยเฉพาะ Semiconductor ที่ขยายตัวสูงถึง 53%

กกร. มีความกังวลต่อเศรษฐกิจไทยปี 2569 ที่มีแนวโน้มโตต่ำกว่า 2% และมีความเสี่ยงเพิ่มเติมจากการจัดทำงบประมาณปี 2570 ที่อาจล่าช้า

โดยล่าสุด สศค. คาดการณ์การใช้จ่ายภาครัฐจะลดลงจากปีก่อนหน้า โดยเฉพาะด้านการลงทุน ขณะที่ข้อมูลจากกรมบัญชีกลาง ณ วันที่ 31 มกราคม 2569 ระบุว่ามีการเบิกจ่ายงบลงทุนแล้ว จำนวน 176,655 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 21.57 ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมาย ณ สิ้นเดือนมกราคม 2569 ที่กำหนดไว้ร้อยละ 26 สะท้อนถึงความล่าช้าในการดำเนินโครงการลงทุนภาครัฐ  นอกจากนี้ กกร. มุ่งหวังให้การเปลี่ยนผ่านทางการเมืองหลังการเลือกตั้งเป็นไปอย่างราบรื่น เพื่อให้การดำเนินนโยบายเศรษฐกิจมีความต่อเนื่อง ปรับลดกฎระเบียบเพื่อส่งเสริมความสามารถในการแข่งขัน และการเข้าสู่ระบบของ SMEs ให้แต้มต่อสินค้า Made in Thailand และสนับสนุนการลงทุนเพื่อยกระดับศักยภาพธุรกิจ สอดคล้องกับแนวทาง “Reinvent Thailand” เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของไทย

กรอบประมาณการเศรษฐกิจปี 2569 ของ กกร.

%YOYปี 2569
(ณ ธ.ค.-ม.ค. 69)
ปี 2569
(ณ ม.ค. 69)
ปี 2569
(ณ ก.พ. 69)
GDP1.6 ถึง 2.01.6 ถึง 2.01.6 ถึง 2.0
ส่งออก-1.5 ถึง -0.5-1.5 ถึง -0.5-1.5 ถึง -0.5
เงินเฟ้อ0.2 ถึง 0.70.2 ถึง 0.70.2 ถึง 0.7

หมายเหตุ: *เลขจริง
ที่มา: สศช. พณ. และประมาณการโดย กกร

กกร. ขอขอบคุณกระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ดำเนินการเชิงรุกในการแก้ปัญหาธุรกรรมทองคำที่มีผลต่อการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท  

ผ่านการควบคุมธุรกรรมซื้อขายทองคำในสกุลเงินบาทบนแพลตฟอร์มออนไลน์ อย่างไรก็ตาม ในระยะถัดไป หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังต้องร่วมกันสร้างกลไกและเครื่องมือในการตรวสอบอย่างเป็นระบบ เชื่อมโยงข้อมูลอย่างรอบด้าน และปรับเปลี่ยนกฎระเบียบ เพื่อป้องกันและปิดช่องว่างการทำธุรกรรมอื่นๆ ที่อาจกระทบค่าเงินบาท อาทิ การซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ที่พบว่าการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลผ่านแพลตฟอร์มในไทยเป็น USDT ในระดับสูง และมีสัดส่วนของนักลงทุนต่างประเทศค่อนข้างสูง โดยการเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยนระหว่าง USDT กับเงินบาท เสมือนกับการเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยนระหว่าง USD กับเงินบาท เป็นต้น

กกร. แสดงความกังวลต่อนโยบายหาเสียงของพรรคการเมือง ที่ส่วนใหญ่ที่มักให้ความสำคัญกับนโยบายประชานิยมและการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ซึ่งใช้งบประมาณสูงมาก

มากกว่าการลงทุนเพื่อปรับโครงสร้างเศรษฐกิจในระยะยาว รวมถึงขาดนโยบายในการสร้างรายได้ให้ประเทศอย่างเป็นระบบและยั่งยืน ขณะเดียวกัน พรรคการเมืองควรตระหนักถึงข้อจำกัดด้านพื้นที่ทางนโยบายการคลัง (Fiscal Space) จากระดับหนี้สาธารณะที่ปรับสูงขึ้น โดย ณ เดือนธันวาคม 2568 หนี้สาธารณะคงค้างอยู่ที่ 12.45 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 66.09 ต่อ GDP ซึ่งเข้าใกล้กรอบวินัยการคลังที่กฎหมายกำหนดไว้ไม่เกินร้อยละ 70 ต่อ GDP ทำให้การกำหนดนโยบายด้านการใช้จ่ายมีข้อจำกัดมากขึ้น

กกร. เห็นว่าการกำหนดนโยบายเศรษฐกิจในระยะต่อไปควรให้ความสำคัญกับการวางยุทธศาสตร์การเติบโตในระยะยาว

ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรทางการคลังอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมุ่งเสริมสร้างฐานรายได้ใหม่ให้ประเทศ ผ่านการเพิ่มผลิตภาพของภาคการผลิต การยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม ตลอดจนการสร้างระบบเศรษฐกิจที่มีเสถียรภาพ สามารถรองรับความผันผวนในอนาคต และเติบโตได้อย่างมั่นคง สมดุล และยั่งยืน สอดคล้องกับ spirit ของ Reinvent Thailand 

 

เรียบเรียงและจัดทำโดย ฝ่ายนโยบายยุทธศาสตร์และการตลาด หอการค้าไทย 

แท็ก:#เศรษฐกิจ#ส่งออก#การเลือกตั้ง#นโยบาย

ข่าวสารล่าสุด

ดูทั้งหมด

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง

สิทธิประโยชน์

ดูเพิ่มเติม

พร้อมก้าวสู่ความสำเร็จทางธุรกิจไปกับเราหรือยัง?

สมัครสมาชิก