วันที่ 2 มีนาคม 2569 คุณวิบูลย์ สุภัครพงษ์กุล รองประธานกรรมการ หอการค้าไทย และประธานคณะกรรมการบริหารศูนย์ประสานงานและประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรและอาหาร ได้เข้าร่วมประชุมขับเคลื่อนมาตรการบริหารสินค้าผลไม้ ปี 2569 โดยมี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นางศุภจี สุธรรมพันธุ์) เป็นประธานการประชุม ซึ่งเป็นการจัดประชุมชี้แจงมาตรการฯ เพื่อให้ทุภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเกษตรกร ร่วมกันขับเคลื่อนมาตรการฯ สู่การปฏิบัติ ให้เห็นผลเป็นรูปธรรม
สถานการณ์ภาพรวมด้านผลผลิตผลไม้ ปี 2569 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร พยากรณ์ปริมาณผลผลิตผลไม้ สำคัญ 9 ชนิด ฤดูการผลิต ปี 2569 ได้แก่ ทุเรียน ลำไย สับปะรด มะม่วง มังคุด ส้มเขียวหวาน เงาะ ลองกอง ลิ้นจี่ รวม 6.91 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ร้อยละ 5.8 โดยเฉพาะทุเรียน เป็นผลไม้ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ปี 2569 คาดการณ์ปริมาณ 1.89 ล้านตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 21.4 เนื่องจากต้นทุเรียนที่เกษตรกรขยายพื้นที่เพาะปลูกในหลายพื้นที่ทั่วประเทศในช่วงที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2564 เริ่มทยอยให้ผลผลิตในปีนี้ รวมถึงสภาพอากาศเอื้ออำนวยต่อการติดดอกออกผล ช่วงปลายปี 2568 มีฝนตกต่อเนื่อง ปริมาณน้ำเพียงพอ ต้นทุเรียนสมบูรณ์ โดยผลผลิตทุเรียนในฤดูของภาคตะวันออก จะทยอยออกสู่ตลาดตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมีนาคม 2569 และออกมากที่สุด(peak) ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2569
มาตรการบริหารจัดการระยะเร่งด่วน (ปี 2569) ครอบคลุมการดำเนินงานตลอดห่วงโซ่อุปทาน ดังนี้
ด้านการผลิต (ต้นน้ำ) เน้นการบริหารอุปทานเชิงรุกผ่าน Fruit Dashboard และการจัดโซนนิ่งเก็บเกี่ยว คุมเข้มคุณภาพด้วย "มาตรการ 4 ไม่" (ไม่ตัดทุเรียนอ่อน, ไม่หนอน, ไม่สวมสิทธิ์, ไม่มีสารเคมีต้องห้าม) และเร่งขยายมาตรฐาน GAP/GMP รวมถึงเตรียมความพร้อมแรงงานนักคัด-นักตัดผลไม้
ด้านการแปรรูปและขนส่ง (กลางน้ำ) ส่งเสริมการแปรรูปเพื่อดูดซับผลผลิตส่วนเกิน (เช่น Freeze-dry) และผลักดันเกณฑ์ Zero Waste ด้านโลจิสติกส์มีการเตรียมตู้คอนเทนเนอร์และผลักดันการขนส่งทางราง (ไทย-ลาว-จีน) พร้อมเจรจาขยายเวลาเปิด-ปิดด่านนำเข้าของจีน
พร้อมกันนี้ คุณวิบูลย์ สุภัครพงษ์กุล รองประธานกรรมการ หอการค้าไทย ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ยินดีช่วยเป็นสื่อกลางให้กับผู้ส่งออก ในการประสานงานกับผู้ประกอบการสายการเดินเรือโดยเฉพาะสายเรือไทย สำหรับจัด Express Service ขนส่งผลไม้จากท่าเรือแหลมฉบังไปจีนตอนใต้ ใช้เวลาประมาณ 4.5–5 วัน พร้อมจัดสรรระวางเรือและตู้ Reefer ที่สามารถควบคุมอุณหภูมิได้อย่างเหมาะสม เพื่อรักษาคุณภาพผลไม้ ช่วยระบายผลผลิตช่วงฤดูกาล ลดปัญหาสินค้าล้นตลาด และสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้าปลายทาง ขณะเดียวกัน การขนส่งทางรางผ่านสถานีมาบตาพุดเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการระบายผลไม้ไปจีน แต่ยังมีข้อจำกัดด้านความจุทาง เที่ยวขนส่ง และการขาดแคลนหัวรถจักร/แม่แคร่ ทำให้สัดส่วนการใช้ยังไม่มาก อย่างไรก็ตาม ภายหลัง พ.ร.บ.การขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 มีผลบังคับใช้ในเดือนมีนาคม 2569 และหากกระทรวงพาณิชย์ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเพิ่มความพร้อม จะช่วยยกระดับการขนส่งทางราง รองรับการส่งออกผลไม้ และเชื่อมต่อเส้นทางรถไฟลาว–จีนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกช่องทางหนึ่ง และเป็นการสนับสนุนการเชื่อมต่อกับเส้นทางรถไฟลาว-จีนไปได้อย่างต่อเนื่องและเป็นระบบอีกด้วย
ด้านการตลาด (ปลายน้ำ) สำหรับภายในประเทศ จัดทำ MOU ล่วงหน้ากับห้างสรรพสินค้า กระจายผลผลิตผ่านรถโมบาย จัดเทศกาลผลไม้ไทย และส่งเสริมการบริโภคผ่านนักท่องเที่ยวต่างชาติในไทย ในส่วนของต่างประเทศ จัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ใช้ Trading Company เจาะตลาดใหม่ และจัดกิจกรรม In-Store Promotion ในตลาดจีนและตลาดศักยภาพ
สำหรับ (ร่าง) แนวทางการบริหารจัดการอย่างยั่งยืน (ระยะ 1-5 ปี) มุ่งเน้นการปรับตัวสู่อนาคตใน 3 มิติหลัก ได้แก่ 1) เทคโนโลยีและนวัตกรรม ใช้ Smart Farming (โดรน, AI, ดาวเทียม) ในการบริหารจัดการสวน พัฒนาสายพันธุ์ที่ทนโรคและทนแล้ง และมุ่งสู่ เกษตรคาร์บอนต่ำ (Low Carbon) 2) การสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยการแตกไลน์สินค้าแปรรูปสู่กลุ่ม Wellness (วิตามิน, ยาจากพืช) พัฒนาบรรจุภัณฑ์รักษ์โลก และสร้างระบบ Traceability (QR Code) เพื่อตรวจสอบย้อนกลับถึงสวน และ 3) การสร้างแบรนด์ จะผลักดันแบรนด์ "Thailand Premium Fruit" และตรารับรอง "Thai Sustainable Fruits" เน้นสื่อสารอัตลักษณ์และ Storytelling ของแหล่งปลูกเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า
นอกจากนี้ การสื่อสารและภาพลักษณ์ ที่ประชุมเน้นย้ำการสื่อสารภาพลักษณ์ผลไม้ไทยให้เป็นเอกภาพภายใต้ชื่อ "Thailand: The Land of Tropical Fruits" โดยใช้ Influencer และ KOL ในการสื่อสารอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและป้องกันข่าวเชิงลบ
หอการค้าไทยผนึกพาณิชย์ ขับเคลื่อนมาตรการบริหารผลไม้ปี 2569 รับมือทุเรียนพุ่ง 1.89 ล้านตัน
การเกษตร - 9 มี.ค. 2569
หอการค้าไทยจับมือกระทรวงพาณิชย์ เตรียมรับมือผลผลิตผลไม้ปี 2569 คาดรวมกว่า 6.91 ล้านตัน โดยเฉพาะทุเรียน 1.89 ล้านตัน เดินหน้ามาตรการเชิงรุกทั้งห่วงโซ่อุปทาน คุมเข้มคุณภาพ “4 ไม่” พัฒนาโลจิสติกส์เรือ–รางสู่จีน และยกระดับแบรนด์ผลไม้ไทยสู่พรีเมียมอย่างยั่งยืน






























